มุมสุขภาพ
สุขภาพ โภชนาการ และการบริหารร่างกาย

Custom Search
ดูแลทารกคลอดก่อนกำหนด ยากตรงไหน?
 
 

เรื่องของเด็กหญิงกล่อง

     ทารกเพศหญิงอายุครรภ์ 25 สัปดาห์ น้ำหนักแรกเกิด 640 กรัม แม่มีประวัติน้ำเดิน 2 วันก่อนคลอด หลังคลอดหมอบอกว่าเป็นการแท้งลูก ทารกไม่สามารถมีชีวิตรอดได้ ญาติจึงนำทารกน้อยใส่กล่องออกจากโรงพยาบาล เมื่อถึงบ้านหลังคลอดได้ 5 ชั่วโมง ญาติพบว่าทารกร้องและยังคงหายใจอยู่ จึงนำทารกน้อยกลับไปที่โรงพยาบาลอีกครั้ง แพทย์รับไว้ดูแลรักษาจนอายุ 12 วัน จึงส่งต่อมารักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางดูแลทารกแรกเกิดคลอดก่อนกำหนด

     เมื่อทารกมาถึงโรงพยาบาล ชั่งได้น้ำหนัก 540 กรัม ตัวเย็น หายใจหอม เนื่องจากภาวะปอดไม่ทำงาน แพทย์ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจและให้ยากระตุ้นการหายใจทันที

     ทารกน้อยได้รับการรักษาพยาบาลอย่างใกล้ชิดทีมแพทย์และพยาบาลร่วมกันแก้ไขภาวะแทรกซ้อนต่างๆ แก้ไขความผิดปกติของเกลือและน้ำ ความผิดปกติของน้ำตาลในเลือด ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด ภาวะซีดเกล็ดเลือดต่ำ

     ทารกได้รับการเลี้ยงดูโดยให้สารอาหารทางหลอดเลือดและเมื่อเติบโตขึ้นจนให้นมทางท่อให้อาหารทางปาก

     หลังรักษาพยาบาล 102 วัน ทารกมีน้ำหนักเพิ่มเป็น 2,010 กรัม ตรวจตาพบมีความผิดปกติของจอประสาทระดับ 3 ไม่มีภาวะแทรกซ้อนรุนแรงอื่นๆ แพทย์จึงส่งไปรับการดูแลต่อที่โรงพยาบาลต้นสังกัด

ทารกคลอดก่อนกำหนดมีความเสี่ยงสูง

     ทารกคลอดก่อนกำหนดหมายถึงทารกที่คลอดก่อนอายุครรภ์ 37 สัปดาห์ ทารกที่คลอดระหว่างอายุครรภ์ 24-28 สัปดาห์ อาจมีน้ำหนักตัว 500-1,000 กรัม การแท้งบุตรนับเมื่ออายุครรภ์น้อยกว่า 24 สัปดาห์ หรือทารกมีน้ำหนักตัวน้อยกว่า 500 กรัม

     ทารกที่คลอดก่อนกำหนดมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตและเกิดภาวะแทรกซ้อนสูง ยิ่งทารกมีน้ำหนักตัวน้อยยิ่งมีโอกาสเสียชีวิตและเกิดภาวะแทรกซ้อนเพิ่มขึ้น ทารกที่มีน้ำหนักตัวน้อยกว่า 1,000 กรัม จะมีอัตราเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 30-40

     ทารกคลอดก่อนกำหนด อวัยวะต่างๆ ยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ ทำงานได้ไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะปอดที่ไม่สามารถสร้างสารลดแรงตึงผิวในถุงลมที่ช่วยทำให้ถึงลมขยายตัวออกได้ง่าย จึงต้องใช้แรกในการหายใจเข้าสูง ซึ่งทารกไม่สามารถทำได้ ทำให้ถึงลมแฟบ เกิดภาวะหายใจลำบากและเกิดการขาดออกซิเจน

     รายที่อาการรุนแรง แพทย์ต้องใส่ท่อหายใจและใช้เครื่องช่วยหายใจ เพื่อสร้างแรงดันให้ถุงลมขยายตัว ซึ่งอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เช่น ลมรั่วในเยื่อหุ้มปอด ปอดอักเสบติดเชื้อ

     ผลการใช้เครื่องช่วยหายใจแรงดันสูงเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดโรคปอดเรื้อรัง ทำให้ทารกต้องการออกซิเจนและต้องพ่นยาประจำ

     การให้ออกซิเจนความเข้มข้นสูงเป็นเวลานาน อาจทำให้หลอดเลือดตาเติบโตผิดปกติ ถึงขั้นตาบอดได้

การรักษาพยาบาลที่ใช้ความเชี่ยวชาญและความเอื้ออาทร

     การรักษาพยาบาลทารกคลอดก่อนกำหนด ต้องใช้ความรู้ ทักษะ ความตั้งใจและความละเอียดอ่อน ของทีมแพทย์ พยาบาล และสหวิชาชีพ ที่ต้องบริบาลและเฝ้าระวังทารกน้อยอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา 24 ชั่วโมงติดต่อกันหลายสัปดาห์

     การดูแลระบบหายใจ การดูแลระบบหายใจและหลอดเลือด การติดตามความเข้มข้นออกซิเจนในกระแสเลือด การให้สารน้ำ การให้ยาปฏิชีวนะควบคุมการติดเชื้อ การให้สารอาหารทางหลอดเลือด การให้นมทางท่อให้อาหาร ถ้าเป็นนมแม่ยิ่งดีสำหรับทารก

     การวัดการเจริญเติบโต ชั่งน้ำหนักทุกวัน วัดเส้นรอบศรีษะและความยาวทารกทุกสัปดาห์ การตรวจการมองเห็น การตรวจการได้ยิน และพัฒนาการ อย่างสม่ำเสมอตามเกณฑ์

การดูแลแบบองค์รวม

     โรงพยาบาลในจังหวัดแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือบูรณาการการดูแลทารกคลอดก่อนกำหนดแบบองค์รวมโดยพัฒนาศักยภาพการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาล ทั้งสมรรถนะของทีมรักษาพยาบาล อุปกรณ์เครื่องมือเทคโนโลยีทันสมัย ส่งผลให้ทารกคลอดก่อนกำหนดได้รับการรักษาพยาบาลที่ดี อัตรารอดชีวิตสูง และมีภาวะแทรกซ้อนน้อย

     เมื่อทารกเติบโตจนกลับบ้านได้ ทีมจากโรงพยาบาลจะนำทารกไปส่งเองที่บ้าน โดยประสานชุมชนและเครือข่ายให้ร่วมกันดูแลทารกและครอบครัว

     เครื่องข่ายประกอบด้วยทีมจากโรงพยาบาลชุมชน สถานีอนามัย องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.)

     อาสาสมัครสาธารณสุขจะช่วยดูแลทารก องค์การบริหารส่วนตำบาลช่วยเหลือในเรื่องยานพาหนะ พาทารกมาติดตามผลการรักษา โรงพยาบาลชุมชนช่วยเหลือสนับสนุนอุปกรณ์ เช่น ออกซิเจน อุปกรณ์ให้นม

ชมรมผู้ปกครองทารกป่วย

     เพื่อให้ครอบครัวที่มีทารกคลอดก่อนกำหนดได้มีโอกาสพบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเลี้ยงดูบุตรตั้งแต่อยู่ในโรงพยาบาล เมื่อกลับไปบ้าน การกระตุ้นพัฒนาการทารก และเสริมสร้างพลังใจซึ่งกันและกัน

     ได้มีการจัดตั้งชมรมผู้ปกครองทารกป่วยขึ้น พ.ศ.2551 ซึ่งมีจำนวนสมาชิก 36 ครอบครัว และ พ.ศ.2553 เพิ่มเป็น 107 ครอบครัว มีการจัดกิจกรรมใหญ่ร่วมกันปีละครั้ง และมีกิจกรรมจิตอาสาของสมาชิกชมรมที่ช่วยให้กำลังใจมารดา ที่มีบุตรคลอดก่อนกำหนดที่กำลังรักษาในโรงพยาบาล การไปเยี่ยมสมาชิกที่เจ็บป่วย

พลังความรักจากครอบครัว

     ทุกวันนี้การแพทย์ไทยเจริญก้าวหน้า แพทย์ พยาบาลและมีสหวิชาชีพ มีศักยภาพในการรักษาพยาบาลทารกคลอดก่อนกำหนด ทารกที่มีน้ำหนักตัวน้อย ได้ดีระดับแนวหน้า

     อย่างไรก็ดี การรักษาพยาบาลต้องใช้ทรัพยากรมาก ยังพบอัตราการเสียชีวิตสูงร้อยละ 20-30 และอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เช่น โรปอดเรื้อรัง ตาบอด หูหนวก และเด็กมีพัฒนาการช้า

     สิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญในการดูแลทารกคลอดก่อนกำหนด คือ ความรัก ความเอาใจใส่ และความร่วมมือของ แม่ พ่อ และครอบครัว ซึ่งจะส่งผลให้ทารกเจริญเติบโตและมีพัฒนาการที่ดี เทียบเท่าทารกที่คลอดตามอายุครรภ์ปกติ

     นพ.สุรชัย ปัญญาพฤทธิ์พงศ์

ขอบคุณข้อมูลจาก : นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 397