มุมสุขภาพ
สุขภาพ โภชนาการ และการบริหารร่างกาย

Custom Search
บอกลูกให้เข้าใจ...โทรศัพท์มีไว้ใช้เมื่อจำเป็น
 
 
     หลายคนบอกว่า โลกทุกวันนี้คือโลกแห่งการสื่อสารเห็นจะจริงดังว่า เพราะไม่ว่าจะเหลียวซ้ายแลขวาใครๆ ก็มีอุปกรณ์สื่อสารติดตัวไว้ราวกับเป็นปัจจัยที่ 5

     เวลานี้ทุกคนให้คุณค่าของโทรศัพท์มากกว่าเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการงานไปเสียแล้ว โทรศัพท์กลายเป็นอุปกรณ์เสริมเพื่อประกาศตัวว่าคุณคือคนในกระแสสังคม โดยเฉพาะในสังคมของเด็กๆ คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจกำลังกลุ้มใจกับคำอ้อนวอนขอชื้อโทรศัพท์รุ่นใหม่ล่าสุดของเด็กๆ อยู่ หรือลำบากใจเมื่อต้องต่ายค่าโทรศัพท์ที่แพงสุดโต่งทุกเดือน

     ปัญหานี้เป็นเรื่องธรรมดาที่พบเจอแทบทุกบ้าน แต่เรามีวิธีไม่ธรรมดามาเสนอเพื่อเป็นข้อตกลงอย่างยุติธรรมทั้งฝ่ายเจ้าตัวเล็กและพ่อแม่เจ้าตัวเล็กค่ะ

1. เป็นตัวอย่างที่ดีเมื่อใช้โทรศัพท์

     คุณมนูญ ทองทา นักเขียนอิสระ คุณพ่อของลูกวัย 8 ขวบ "ผมอธิบายให้ลูกเข้าใจว่าโทรศัพท์เหมือนสิ่งของอย่างหนึ่งอาจเหมือนไม่กวาด เรื่องดูดฝุ่น ที่โกยขยะ คุยกับเขาถึงความจำเป็นในการมีโทรศัพท์ไว้ใช้งาน แต่ไม่ได้ห้ามเขาใช้เพราะสมัยที่เราเป็นวัยรุ่น เราเองก็ยังอยากใช้นู่นนี่ตามกระแส เพียงแต่เราเองต้องทำให้เขาดูเป็นตัวอย่าง เช่น เวลาและเนื้อหาขณะที่คุย ส่วนใหญ่จะคุยธุระ หรือถ้าเป็นเรื่องอื่นๆ ก็จะใช้เวลาไม่นานนัก ส่วนโทรศัพ์ก็เลือกใช้รุ่นที่ไม่แพงจนเกินความจำเป็นสำหรับการใช้งาน"

2. ให้เพราะห่วงความปลอดภัยลูก

     คุณช้องมาศ ผลสาธิต นักวิจัย คุณแม่ของลูกวัย 18 ปี "ตอนที่ชื้อโทรศัพท์ให้ลูก ลูกไม่ได้เรียกร้องให้ชื้อ และเราก็คุยกับลูกถึงเหตุผลที่ชื้อให้ด้วยว่าเพราะแม่ห่วงลูก เวลาที่ลูกกลับบ้านดึกๆ แม่จะได้โทรมาหนูว่าอยู่ที่ไหนแล้ว หรือเวลาที่หนูต้องไปทำธุระกับเพื่อนให้โทรบอกแม่ แม่จะได้ไม่เป็นห่วงเหมือนกับว่าเราพูดกับเขาให้เขาเห็นว่าโทรศัพท์ที่แม่ชื้อให้มีประโยชน์เพื่อความปลอดภัยของตัวเขาเอง ให้เขาเห็นประโยชน์และความจำเป็นมากกว่า"

3. ให้รับผิดชอบค่าโทรศัพท์เอง

     คุณประนอม ล้อมเล็ก พนังงานธุรการ คุณแม่ของลูกวัย 15 ปี "คุณพ่อเขาเป็นคนชื้อโทรศัพท์ให้ เพราะทนการรบเร้าไม่ไหวแต่เราทำข้อตกลงกับลูกด้วย คือพ่อกับแม่ชื้อโทรศัพท์ให้ แต่ลูกต้องเป็นชื้อบัตรเติมเงินเอง ลูกต้องเป็นคนหักจากค่าขนมที่พ่อแม่ให้ในแต่ละเดือนมาจ่ายเอง แต่ถ้าเดือนไหนลูกมาขอเงินค่าขนมเพิ่มเพราะโทรศัพท์คุยกับเพื่อนมาก เราต้องแข็งใจสอนเขาไปด้วย่า ถ้าลูกโทรอย่างฟุ่มเฟีอย ไม่โทรเมื่อจำเป็นจริงๆ ลูกก็จะไม่มีเงินชื้อของอย่างอื่นที่อยากได้ ไม่มีเงินเก็บ ส่วนหนึ่งก็พยายามสอนให้เขารู้จักการจัดสรรการใช้เงินด้วยตัวเอง"

4. แนะส่งข้อความแทนการพูด

     คุณสุพินยา คล้ายศรี ผู้ช่วยนักวิชาการ คุณแม่ของลูกวัย 19 ปี "ลูกสาวกำลังเรียนอยู่ปี 2 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ลูกเหมือนวัยรุ่นทั่วไปคือชอบคุยโทรศัทพ์ บางทีคุยเล่นไปเรื่อย เราเองปรามๆ เขาเหมือนกันว่าคุยเท่าที่จำเป็นก็พอ เดี๋ยวไปเรียนก็ได้เจอกันแล้ว พอดีได้อ่านเจอในอินเทอร์เน็ตว่า การส่งข้อความ SMS น่าจะเป็นวิธีที่ช่วยให้ลูกประหยัดค่าโทรศัพท์ได้ แนะเขาว่าลองเปลี่ยนจากโทรคุยเป็นส่งข้อความแทนดีไหมในบางเวลา คือจะช่วยให้หนูใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการเลือกใช้คำหรือประโยคที่สนุกๆ"

     ขอบคุณโทรศัพท์ที่ช่วยให้เราได้สื่อสารเพื่อก่อเกิดความเข้าใจ แต่อย่าลืมว่านอกจากโทรศัพท์เครื่องเล็กเครื่องนั้น คุณยังมีสองมือไว้โอบกอด ซึ่งอาจจะแทนคำพูดกว่าร้อยล้านคำ

ขอบคุณข้อมูลจาก : นิตยสารชีวจิต ฉบับที่ 152