มุมสุขภาพ
สุขภาพ โภชนาการ และการบริหารร่างกาย

Custom Search
ดร.แก้ว กังสดาลอำไพ ออกกำลังกาย แก้ปัญหาเข้าติด
 
 
                                            

     "การออกกำลังกาย จะต้องก้าวข้ามให้ได้คือ "ความขี้เกียจ" นั่นคือความขี้เกียจเดินไปสถานที่ออกกำลังกาย"

     คำกล่าวที่ไม่เกินจริงเลย ดร.แก้ว กังสดาลอำไพ อายุ 59 ปี อาจารย์จากสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่เริ่มออกกำลังกายอย่างจริงจังเมื่ออายุเข้าหลัก 4 แล้ว เพราะมีปัญหาเข่าติด เหตุจากน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 73 กิโลกรัม มากกว่าปกติ 3-4 กิโลกรัม จากเหตุการณ์นี้ จึงเริ่มตระหนักถึงเรื่องสุขภาพและการออกกำลังกาย หันมาค้นคว้าข้อมูลในการดูแลรักษาด้วยตนเอง

ไม่ชอบหาหมอ... จึงหาวิธีดูแลตนเอง

     ผมเริ่มออกกำลังกายอย่างจริงจังตอนอายุ 42 ปี เพราะมีปัญหาเรื่องเข่า เดินขึ้นบันได 3 ชั้น รู้สึกเจ็บเข่าเหตุจากน้ำหนักเพิ่มมากกว่าปกติ 3-4 กิโลกรัม

     หากใช้เกณฑ์ดัชนีมวลกาย น้ำหนักที่เหมาะสมคือ 69.5-70 กิโลกรัม แต่ตอนนั้นน้ำหนัก 73 กิโลกรัม

     จากปัญหาเจ็บเข่าประกอบกับไม่อยากไปหาหมอจึงพยายามหาความรู้จากหนังสือต่างๆ ที่เกี่ยวกับการออกกำลังกาย พบว่าหากไม่ใช้เข่าให้ดี จะเกิดปัญหา "เข่าติด" จึงคิดว่าการออกกำลังกายจะช่วยทำให้ปัญหาเข่าติดบรรเทาลงได้

     เริ่มด้วยการตีเทนนิส ตีแบดมินตัน ปัญหาเข่าติดก็เริ่มดีขึ้น น้ำหนักที่ขึ้นไป 73 กิโลกรัม ก็ยังไม่ลดลง แต่ว่าผลที่ได้จาการออกกำลังกาย ปรากฏว่าขาดีขึ้น มีแรงมากขึ้น...

     แต่ทว่าปัจจุบันน้ำหนักลงมาอยู่ที่ 69 กิโลกรัม เพราะล้างบ้าน ขัดบ้าน จากน้ำท่วม ปลายปี 2554 ทำให้น้ำหนักลดลงไป 3 กิโลกรัม หลังจากพยายามลดมา 10 ปีไม่ยอมลง แต่น้ำท่วมครั้งเดียวทำให้น้ำหนักลดลงได้... นานมากจนขาติด และเจ็บเข่าไปพักหนึ่ง

เข่าติด... อย่านั่งติดที่

     จากปัญหา "เข่าติด" ที่เป็นอยู่พยายามใช้ขาและการออกกำลังกาย หากนั่งนานๆ ขาจะติด ต้องแกว่งไปแกว่งมา ขยับไปขยับมาก็ดีขึ้น... จะต้องเคลื่อนไหว เพราะตามข้องอต่างๆ ของร่างกายจะต้องเคลื่อนไหวบ่อยๆ อย่านั่งเฉยๆ

     การเคลื่อนไหวบ่อยๆ ของข้อต่อต่างๆ จะช่วยทำให้น้ำหล่อลื่นทำงานได้ดี ถ้าไม่ใช้น้ำหล่อลื่นจะค่อยๆ หายไป

     หากมีอาการเจ็บเข่า มีความรู้สึกว่า เราควรจะอยู่เฉยๆ หรือไม่... ไม่ใช่ ต้องพยายามนวด พยายามใช้ขาค่อยๆ เดินออกกำลังกาย และใช้สนับเข่าช่วยและออกกำลังกายด้วยการตีแบดมินตันเหมือนเดิม ปรากฏว่าใช้เวลาประมาณ 1 เดือนอาการหายไป การออกกำลังกายช่วยแก้ปัญหาเรื่องเข่า ขา ได้มาก

ออกกำลังกาย อย่ายึดติดรูปแบบ

     การออกกำลังกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เพราะบางคนออกกำลังกายคนเดียวไม่ได้ ต้องมีเพื่อน อย่างตัวผมไม่มีปัญหา เพราะสามารถออกกำลังกายได้หลายรูปแบบ เช่น เล่นฟิตเนส ดึงน้ำหนัก แต่เป็นวันเสาร์อาทิตย์ ตีแบดมินตัน เล่นเกมส์ ก็สนุกไปอีกแบบ

     วันธรรมดาเล่นฟิตเนสประมาณ 30 นาที สัปดาห์ละ 3 วัน พัก 2 วัน ส่วนวันเสาร์และอาทิตย์เน้นการตีแบดมินตันและเล่นเกมส์ รวมๆ แล้ว 1 สัปดาห์ ออกกำลังกาย ยืดเส้นยืดสาย 5 วัน วันธรรมดาพัก 2 วัน เพราะอายุมากแล้ว ถ้าฟิตเนสทุกวันหนักไป ร่างกายสู้ไม่ไหว เพราะสภาพไม่เหมือนกับหนุ่มๆ

     เพราะฉะนั้น ใครที่อายุยังน้อยๆ การออกกำลังกายอะไรต่างๆ จะเป็นการดี เพราะเป็นการฝึกไปในตัว ของผมเริ่มเมื่ออายุ 40 กว่าแล้ว ทำได้ประมาณนี้ และพยายามประคองน้ำหนัก

     อย่างตีแบดครั้งละ 1 ชั่วโมงของผมถือว่าดีแล้ว เพราะกีฬาแบดมินตันต้องใช้แรงวิ่งมาก... ส่วนใหญ่คนจะไม่ค่อยสู้ เพราะเหนื่อย

     คนที่กะจะออกกำลังกาย จะต้องยอมสกปรก มีเหงื่อออก เพราะเหงื่อจะออกมาจนเต็มไปหมด จริงๆ แล้วเหงื่อออกมากๆ ถือเป็นการล้างตัว ถ้าจะบอกว่านี่คือการล้างพิษออกจากร่างกายก็ได้ เวลาเหงื่อออก สารพิษที่อยู่ในเลือดก็ออกมากับเหงื่อได้ และเป็นการคลายเครียดด้วย

     คำว่า "ล้างพิษ" ในที่นี้หมายถึงการล้างเความเครียด คนเราทำงานมาทั้งวันย่อมีเครียดบ้างเป็นของธรรมดา ขณะที่เราออกกำลังกาย เล่นกีฬา เราจะไม่คิดถึงมัน เพราะเราคิดเรื่องการออกกำลังกาย คิดเรื่องการเล่นกีฬา เล่นอย่างไรให้ดี

     ดังนั้นการออกกำลังกาย จะออกคนเดียวก็ได้ เล่นเป็นเกมก็ดี... การเล่นเป็นเกมทำให้เราได้คิด คิดว่าจะเล่นอย่างไรถึงจะดีขึ้น ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเอาชนะ การเล่นกีฬา การออกกำลังกาย อย่าไปหวังชนะ แต่หวังว่าจะทำให้ดีขึ้นกว่าเดิมไปเรื่อยๆ แต่ถ้าทำไม่ได้ก็ช่างมัน อย่าไปฝืนสังขาร เพราะกีฬาที่เป็นเกมส่วนใหญอันตราย มีโอกาสบาดเจ็บ

     การเล่นกีฬา หากมีคนที่สอนวิธีเล่นได้จะดีอย่างมาก เพราะจะปลอดภัยกว่าการที่เราหักเล่นเองสเปะสะปะ เช่น เทนนิส ตึลูกน็อกกำแพง ถ้าไม่รู้จังหวะ ไม่รู้ท่าทางจะทำให้แขนบาดเจ็บได้ เพราะจังหวะการตีไม่ดี จึงควรมีคนที่รู้จริงช่วยแนะนำว่าจะต้องทำท่าอย่างไร

ออกกำลังกายด้วยจิตใจที่เป็นสุข

     การออกกำลังกายอย่าแข่งกับคนอื่นเด็ดขาด การออกกำลังกายสามารถแข่งกับตัวเองได้บ้าง แต่พอถึงจุดหนึ่งไม่ไหวก็ต้องหยุด

     การเล่นกีฬา แพ้-ชนะ ไม่สำคัญ ขอให้ได้สนุก ขอให้ได้หัวเราะ มีเรื่องตลกก็หัวเราะ ทำอะไรตลกเราก็หัวเราะตามธรรมชาติ ทำให้สบายใจ และรู้สึกสดชื่น ซึ่งการออกกำลังกายนั้น เพื่อประโยชน์ของตัวเราเอง

     เราต้องถามตัวเราเองว่า เราต้องการอยู่นานหรือไม่ บางคนมองว่าเวลาไม่พอ แต่ทุกคนมีเวลาเท่ากัน อยู่ที่การจัดสรรเวลาให้ลงตัวเท่านั้น คนหนุ่มสาวส่วนใหญ่ไม่ค่อยเห็นประโยชน์การออกกำลังกาย คนอายุมากมองเห็นว่าอย่างอื่นพักไว้ก่อนได้

     การออกกำลังกายทำให้สุขภาพดีมีพลังทำอย่างอื่นได้อีกมาก ถ้าไม่ออกกำลังกาย ร่างกายไม่แข็งแรงก็จะไม่มีความสามารถในการทำงานอย่างอื่น

     บางคนกว่าจะออกกำลังกายได้ก็ต้องไปผ่าตัดมาแล้ว เช่น เป็นมะเร็ง พอเป็นมะเร็งแล้วหลังจากผ่าตัดรักษาเรียบร้อยแล้ว หมอจะแนะนำให้ออกกำลังกาย เพราะมีมะเร็งหลายอย่าง ที่การออกกำลังกายป้องกันได้ดี เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก

     การออกกำลังกายก่อนผ่าตัด ดีกว่าไปผ่าตัดแล้วมาออกกำลังกาย เพราะคนที่ผ่าตัดมาแล้วมาออกกำลังกายจะมีจุดด้อยมาก ทำอะไรบางอย่างไม่ได้

     อย่ารอความพร้อมในการออกกำลังกาย เพราะสุขภาพดีไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง

     นิชานันท์ นาไชย

ขอบคุณข้อมูลจาก : นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 396