มุมสุขภาพ
สุขภาพ โภชนาการ และการบริหารร่างกาย

Custom Search
ทำอย่างไร ไม่ให้เจ้าตัวเล็กติดหวาน
 
 
     จากความเชื่อที่ว่า เด็กกับอาหารหรือขนมรสหวานเป็นของคู่กัน ทำให้ปัญหาสุขภาพเด็กไทยเริ่มรุนแรงและส่งผลให้พฤติกรรมติดรสหวานต่อเนื่องไปจนเข้าสู่วัยผู้ใหญ่

     ข้อมูลจากทันตแพทย์สภาระบุว่า ผลจากพฤติกรรมดังกล่าวทำให้พบฟันผุในเด็กตั้งแต่อายุยังไม่ครบหนึ่งขวบ โดยมีจำนวนฟันผุเพิ่มขึ้นจากเดิมเฉลี่ย 4 ซี่ต่อคนเป็นคน 6 ซี่ต่อคน นอกจากนี้ยังพบปัญหาโรคอ้วนและโรคเบาหวานซึ่งพบในผู้ป่วยที่มีอายุน้อยลงเรื่อยๆ ผิดกับในอดีต

     นิสัยการติดรสหวานของเด็กมาจากการเลี้ยงดู โดยเฉพาะในช่วงเวลาขวบปีแรกนั้นถือว่าสำคัญมาก หากผู้ปกครองปล่อยให้เด็กได้รับประทานอาหารที่มีรสหวาน โดยเริ่มจากนมและอาหารเสริมที่ป้อนให้ เมื่อเด็กได้รับอาหารรสหวานอยู่บ่อยๆ สมองก็หลั่งสารที่มีชื่อว่าโอปิออยด์ (opioid) ออกมา ทำให้เกิดความพอใจและอยากกินอาหารหวานๆ อีกเรื่อยไป

     เพื่อสุขภาพที่ดีของเด็กๆ ซึ่งจะเติบโตขึ้นเป็นกำลังของชาติในอนาคต เราลองมาช่วยกันปรับพฤติกรรมของเจ้าตัวเล็กไม่ให้เขาติดรสหวานจนต้องป่วย...ดีไหมค่ะ

     1. จัดนมรสธรรมชาติให้แทนนมรสหวานหรือรสปรุงแต่งอื่นๆ

     2. ลดการเติมน้ำตาลในอาหารที่เด็กรับประทาน ทั้งในอาหารหลัก อาหารว่าง และขนม

     3. กำหนดเวลารับประทานอาหารหลักและอาหารว่างให้เด็กทราบ เมื่อมีกำหนดที่แน่นอนแล้ว ผู้ปกครองเองต้องพยายามจัดอาหารให้ตรงเวลา เพื่อช่วยสร้างวินัยในการรับประทาน ลดปัญหาเด็กหิวแล้วต้องหาอาหารหรือขนมหวานระหว่างมื้อ

     4. ค่อยๆ ลดขนมกรุบกรอบหรือขนมที่มีรสหวานจัด โดยเสริมด้วยผลไม้ตามฤดูกาล เพราะนอกจากจะหาชื้อง่าย ราคาถูกแล้ว ยังมีปริมาณน้ำตาลไม่สูงมากเมื่อเทียบกับผลไม้ที่ออกเฉพาะฤดู

     สุขภาพของเด็กเริ่มต้นที่บ้าน...ถ้าผู้ปกครองทุกท่านช่วยกันปรับพฤติกรรมของเจ้าตัวน้อยทีละน้อย เด็กไทยในอนาคตก็จะห่างจากโรคที่มาจากการติดรสหวานได้ค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก : นิตยสารชีวจิต ฉบับที่ 147