มุมสุขภาพ
สุขภาพ โภชนาการ และการบริหารร่างกาย

Custom Search
ไม่แก่ ไม่ป่วย ด้วยน้ำมันงา
 
 
กินน้ำมันงาแล้วได้อะไร

     สารอาหารเด่นๆ ในน้ำมันงาคือ กรดไขมันจำเป็นและวิตามินอี ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายดังนี้

     กรดไขมันโอเมก้า - 6 และ โอเมก้า - 3 ซึ่งเป็นกรดไขมันที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ ต้องรับประทานเข้าไป โดยกรดไขมันดังกล่าวมีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น

     - ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น โดยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดขาว เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันแก่ร่างกาย ต้านทานการเกิดและลดความรุนแรงของโรคต่างๆ ลงได้

     - ช่วยลดการจับตัวของเกล็ดเลือด ทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้นและช่วยป้องกันไม่เกิดการอักเสบภายในผนังหลอดเลือด ซึ่งจะนำไปสู่การเกิดโรคความดันโลหิตสูงและโรคเกี่ยวกับระบบหลอดเลือดได้

     - ระงับการทำงานของกรด Arachidonic ซึ่งเป็นสารที่ร่างกายสร้างขึ้นและทำให้เกิดการอักเสบของข้อ จึงช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคข้ออักเสบรูมาทอยด์

     ส่วน วิตามินอี ผู้เชี่ยวชาญยอมรับว่า วิตามินอีเป็นสารแอนติออกซิแดนต์ที่สำคัญที่สุดในการป้องกันไม่ให้ไขมันในเซลล์และในผิวหนังทำปฏิกริยากับฟรีแรดิคัล จึงทำให้ผิวคงความชุ่มชื่น มีความยืดหยุ่นตามธรรมชาติ และไม่แก่ก่อนวัยอันควร

     เรียกว่ากินน้ำมันงาได้ทั้งป้องกันโรคและป้องกันความชราได้ในคำเดียวกัน

กินน้ำมันงาอย่างไรให้อร่อย

     วิธีนำน้ำมันงามาปรุงอาหารให้อร่อยมีอะไรบ้าง เรามีคำแนะนำมาฝากกันค่ะ

     1. ใส่น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะในหม้อหุงข้าวที่ซาวเรียบร้อยแล้ว ก่อนกดปุ่มหุงข้าว เมื่อข้าวสุกจะได้ข้าวสวยที่หอมนุ่มอร่อย ไม่บูดง่าย

     2. หมักเนื้อปลาและอาหารทะเลเพื่อดับกลิ่นคาว

     3. ใส่ในอาหารประเภทผัด เช่น ผัดผัก ผัดเต้าหู้

     4. ผสมเป็นน้ำสลัดหรือน้ำจิ้มสุกี้

น้ำมันงามีกี่ชนิด

     น้ำมันงาในท้องตลาดจะมีอยู่ 2 ชนิด คือ

     1. น้ำมันงาที่ผ่านกระบวนการบีบเย็น คือการนำน้ำมันงามาบีบคั้นที่อุณหภูมิต่ำกว่า 45 องศาเซลเซียส ทำให้ได้น้ำมันงาบริสุทธิ์ที่มีกลิ่นอ่อนสีเหลืองใสตามธรรมชาติ เพราะไม่ผ่านกระบวนการฝอกสีหรือการต้มกลั่น จึงคงคุณค่าของสารอาหารไว้ครบถ้วน

     2. น้ำมันงาที่ผ่านกระบวนการหีบร้อน คือ การน้ำเมล็ดไปคั่วให้ได้ที่ จากนั้นนำไปบดหรือหีบเพื่อให้ได้น้ำมันงาออกมา ซึ่งน้ำมันงาชนิดนี้จะมีกลิ่นหอมกว่าน้ำมันงาที่ผ่านกระบวนการบีบเย็นแต่ก็เสียคุณค่าสารอาหารบางชนิดไป

น้ำมันงาจะเป็นทั้งอาหารและยาได้ก็ต่อเมื่อปรุงเป็นเมนูสุขภาพและใช้อย่างพอเหมาะพอดีค่ะ

เคล็ดลับกินน้ำมันงา

     1. ควรใช้น้ำมันงาที่ผ่านกระบวนการบีบเย็นปรุงอาหารที่ไม่ต้องผ่านความร้อน หรือเหยาะในจานอาหารที่ปรุงเสร็จแล้ว จึงจะคงคุณค่าของสารอาหารไว้ครบถ้วน

     2. ใช้น้ำมันงาที่ผ่านกระบวนการหีบร้อนปรุงอาหารที่ต้องผ่านความร้อนได้ จะช่วยให้อาหารมีกลิ่นหอม และเป็นน้ำมันที่เก็บไว้ได้นานโดยไม่มีกลิ่นเหม็นหืนง่ายเหมือนน้ำมันชนิดอื่น

ที่มา : นิตสารชีวจิต ฉบับ 304 มิถุนายน 2554