มุมสุขภาพ
สุขภาพ โภชนาการ และการบริหารร่างกาย

Custom Search
สเตอรอยด์ (Steroids)
 
 

สรรพคุณ

สเตอรอยด์ (สเตียรอยด์ สตีรอยด์ คอร์ติโคสเตอรอยด์ กลูโคคอร์ติคอยด์ ก็เรียก) เป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญต่อร่างกาย แพทย์เรานำมาใช้เป็นยาต้านอักเสบและแก้แพ้ ใช้รักษาโรคได้อย่างกว้างขวาง เช่น รักษาอาการแพ้ชนิดรุนแรงหรือเรื้อรัง เช่น หืด แพ้ยา โรคภูมิแพ้ทางผิวหนัง หรือกลุ่มโรคออโตอิมมูน (ปฏิกิริยาภูมิต้านทานต่อเนื้อเยื่อของตัวเอง) เช่น อัณฑะอักเสบจากคางทูม โรคไตเนโฟรติก เอสแอลอี เป็นต้น แต่เนื่องจากเป็นยาที่มีผลข้างเคียง และอาจเป็นอันตรายได้ ถ้าใช้ไม่ถูก จึงควรใช้ภายใต้การดูแลแพทย์อย่างใกล้ชิด

ประเภทของยา

มีหลายชนิด เช่น เพร็ดนิโซโลน (Prednisolone) ชนิดเม็ด 5 มก.
เดกซาเมทาโซน (Dexamethasone) ชนิดเม็ด 0.5 มก., ชนิดฉีด 4-5 มก. ต่อ มล.
คอร์ติโซน (Cortisone) ชนิดฉีด 25 มก. ต่อ มล.
ไฮโดรคอร์ติโซน (Hydrocortisone) ชนิดฉีด 100 มก. ต่อหลอด
นอกจากนี้ยังมียาชนิดครีมทาผิวหนัง และหยอดหยอดตา

ขนาดและวิธีใช้

ใช้แก้แพ้และต้านการอักเสบ
เพร็ดนิโซโลน ชนิดเม็ด 5 มก. ผู้ใหญ่ให้วันละ 6-16 เม็ด (เด็กให้วันละ 0.1-2 มก. ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม)
วันละ 1 ครั้ง ตอนเช้า
เดกซาเมทาโซน ฉีดวันละ 4-20 มก. (เด็ก 0.08-0.3 มก./กก./วัน) เข้ากล้าม หรือเข้าหลอดเลือดดำ แบ่งให้ทุก
6-12 ชั่วโมง
คอร์ติโซน ฉีดวันละ 25-125 มก. (เด็ก 1-5 มก./กก./วัน) เข้ากล้าม แบ่งให้ทุก 12-24 ชั่วโมง
ไฮโดรคอร์ติโซน ฉีดวันละ 50-200 มก. (เด็ก 1-5 มก./กก./วัน) เข้ากล้ามหรือเข้าหลอดเลือดดำ แบ่งให้ทุก
12-24 ชั่วโมง
ในระยะแรก ควรให้ในขนาดสูงก่อน ควรปรับยาตามความรุนแรงของโรค
ในรายที่มีภาวะฉุกเฉิน อาจให้ขนาดสูงกว่าดังกล่าวข้างต้น
เมื่ออาการดีขึ้น จะเปลี่ยนเป็นยาชนิดกิน

สำหรับโรคที่เป็นเฉียบพลัน จะให้ในช่วงเวลาสั้น ๆ โดยจะค่อย ๆ ลดขนาดยาลงทีละน้อย จนสามารถหยุดยา
ภายใน 1-2 สัปดาห์

สำหรับโรคเรื้อรัง จะคงให้ยา (ที่ปรับลง หรือขนาดน้อยที่สุดที่ยังสามารถควบคุมอาการได้) เป็นระยะยาว
จนแน่ใจว่า โรคทุเลาดีแล้ว จึงจะหยุดยา แต่เมื่อกำเริบใหม่ ก็อาจต้องให้กินใหม่

ผลข้างเคียง

อาจทำให้เป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคแผลเพ็ปติกกำเริบ บวม กระดูกผุ แผลหายช้า ติดเชื้อง่าย เป็นต้น

ข้อควรระวัง

1. ควรใช้เท่าที่จำเป็น อย่าพร่ำเพรื่อ อย่าใช้เป็นยาลดไข้แก้ปวด หรือแก้อักเสบ โดยที่ยังไม่ทราบสาเหตุ
2. ควรใช้ยาลดกรดกินควบด้วยทุกครั้ง เพื่อป้องกันการระคายกระเพาะ
3. พิษในระยะสั้น อาจทำให้แผลเพ็ปติกกำเริบ น้ำตาลในเลือดสูง (อาจเป็นเบาหวานได้) ลดภูมิต้านทานของร่างกาย
ทำให้ติดเชื้อ (เช่น วัณโรค ปอดอักเสบ) ได้ง่าย
4. พิษในระยะยาว (ถ้าใช้ติดต่อกันนาน) นอกจากจะมีพิษดังในข้อ 3 แล้วยังอาจทำให้บวมฉุ กระดูกผุหักง่าย
แผลหายช้า มีจ้ำเขียวขึ้นตามผิวหนัง เกลือแร่ในร่างกายเสียความสมดุล เป็นต้อกระจก ต้อหิน ความดันโลหิต
สูง หน้าบวม มีหนวดขึ้น เป็นสิว โรคจิตประสาท
ข้อสำคัญคือ ทำให้ต่อมหมวกไตฝ่อ และเมื่อเกิดภาวะเครียดของร่างกาย ก็อาจทำให้มีอาการให้มีอาการช็อก
ถึงตายได้ เรียกว่า "ภาวะวิกฤตจากต่อมหมวกไตฝ่อ" (Adrenal crisis)
5. ผู้ป่วยที่ใช้สเตอรอยด์ติดต่อกันนาน ๆ เมื่ออาการดีขึ้น ต้องค่อย ๆ ลดขนาดของยาลงทีละน้อย เพื่อให้ต่อม
หมวกไตค่อย ๆ ฟื้นตัวขึ้น หากหยุดยาทันทีโดยที่ต่อมหมวกไตยังฟื้นตัวไม่ดี ก็อาจเกิดอันตรายถึงตายได้
เนื่องจาก "ภาวะวิกฤตจากต่อมหมวกไตฝ่อ"
ผู้ป่วยที่ติดยาชุด หรือยาลูกกลอนสมุนไพร (ที่เข้าสเตอรอยด์) นาน ๆ เมื่อต้องการจะเลิกยา
ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาทางค่อย ๆ ลดยาลง หากหยุดยาทันทีก็เกิดอันตรายได้เช่นกัน
6. ควรระมัดระวังในการใช้ในผู้ที่มีภาวะหัวใจล้ม ไตวาย ความดันโลหิตสูง เบาหวาน กระดูกผุ ผู้ที่เคยมี
ประวัติวัณโรค

ข้อห้ามใช้

คนที่เป็นแผลเพ็ปติก โรคติดเชื้อรา โรคติดเชื้อไวรัสบางชนิด ต้อหิน หรือคนที่แพ้ยากลุ่มนี้

ยาหยอดตาสเตีนรอยด์ (Steroid eye drops)

สรรพคุณ

ใช้รักษาเยื่อตาขาวอักเสบจากการแพ้

ประเภทยา

- ยาหยอดตาเพร็ดนิโซโลน มีชื่อทางการค้า เช่น ยาหยอดตาเพร็ดฟอร์ต (Pred-Forte), ยาหยอดตาอินฟ์-ออฟ
(Inf-Oph)
- ยาหยอดตาฟลูออโรเมโทโลน (Fluorometholone) มีชื่อทางการค้า เช่น ยาหยอดตาเอฟเอมแอล (FML),
ยาหยอดตาฟลูคอน (Flucon)

ขนาดและวิธีใช้

หยอดตาครั้งละ 1-2 หยด ทุก 4-8 ชั่วโมง

ผลข้างเคียง

อาจทำให้เป็นต้อหินได้

ข้อควรระวัง

1. ไม่ควรใช้ติดต่อนานเกิน 7 วัน หรือใช้พร่ำเพรื่อ อาจทำให้เป็นต้อหินได้
2. ห้ามใช้ในรายที่เกิดจากการติดเชื้อ หรือเป็นต้อหิน
3. ก่อนใช้ยาหยอดตาทุกครั้ง ควรรู้ให้ชัดว่าเป็นยาชนิดใด เพราะยาหยอดตามีหลายชนิด ซึ่งใช้กับโรคต่างชนิดกัน
ถ้าใช้ผิด ๆ อาจทำให้ตาเสียได้

ข้อห้ามใช้

ห้ามใช้ในเยื่อตาขาวอักเสบจากการติดเชื้อ
ยาหยอดตามีหลายชนิด ถ้าใช้ผิดอาจทำให้ตาเสียได้


ครีมสเตียรอยด์ (Steroid Cream)


สรรพคุณ

1. ใช้ทาแก้ผื่นคันจากการแพ้ ยุงแมลงกัดต่อย
2. รักษาแผลแอฟทัส

ประเภทยา

1. ชนิดครีม เช่น ครีมเพร็ดนิโซโลน (Prednisolone cream), ครีมบีตาเมทาโซน (Betamethasone
cream), ครีมไตรแอมซิโนโลน อะเซโทไนด์ (Triamcinolone acetonide)
บางชนิดอาจมียาปฏิชีวนะ นีโอไมซิน ( Neomycin) ผสมด้วย เช่น ครีมเพร็ดนิโซโลน-เอ็น, ครีมพรีเดกซ์
(Predex) ฯลฯ
2. ชนิดป้ายปาก ครีมป้ายปากไตรแอมซิโนโลน อะเซโทไนด์ มีชื่อทางการค้า ช่น เคนาล็อก (Kenalog), เคโน (
Keno)

ขนาดและวิธีใช้

1. ชนิดทาภายนอก ทาบริเวณที่เป็นวันละ 2-3 ครั้ง
2. ชนิดป้ายปาก ป้ายแผลในปาก วันละครั้ง ก่อนนอน

ผลข้างเคียง
-

ข้อควรระวัง

ถ้าใช้ยาที่มีนีโอไมซินผสม อาจแพ้ได้ (ขอบคุณข้อมูลจาก thailabonline.com)