มุมสุขภาพ
สุขภาพ โภชนาการ และการบริหารร่างกาย

Custom Search
เตตราไซคลิน (Tetracycline)
 
 

สรรพคุณ

1. ใช้รักษาโรคติดเชื้อได้อย่างกว้างขวาง รวมทั้งโรคปอดอักเสบจากเชื้อไมโคพลาสมา, ไทฟัส, เล็ปโตสไปโรซิส,
อหิวาต์, บิดอะมีบา, กามโรค (เช่น หนองในเทียม ฝีมะม่วง ซิฟิลิส), ริดสีดวงตา, บาดแผลสัตว์กัด หรือคนกัด
2. ใช้แทนเพนิซิลลิน ในคนที่แพ้เพนิซิลลิน ในการรักษาโรคติดเชื้อของะระบบทางเดินหายใจ ผิวหนัง หู ตา จมูก
(แต่ฤทธิ์สู้เพนิซิลลินไม่ได้ เพราะเชื้อดื้อต่อยาเตตราไซคลีนมากกว่า)
3. ใช้รักษามาลาเรียฟาลซิพารัมร่วมกับควินิน
4. ใช้รักษาสิว

ประเภทยา

แคปซูล 250 มก. มีขายในท้องตลาด เช่น เตตราไซคลีน, ออริโอไมซิน, ที.ซี.ไมซีน, ออกซิเตตราไซคลีน,
เทอราไมซิน เป็นต้น
น้ำเชื้อม 125 มก. ต่อช้อนชา

ขนาดและวิธีใช้

1. การรักษาโรคติดเชื้อทั่วไป
ผู้ใหญ่ ให้ครั้งละ 1-2 แคปซูล วันละ 4 ครั้ง หลังอาหาร และก่อนนอน
เด็ก ให้วันละ 20-40 มก.ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม แบ่งให้วันละ 4 ครั้ง (ห้ามใช้ในเด็กที่อายุต่ำกว่า 8 ปี)
ระยะเวลาที่ใช้ประมาณ 7-10 วัน แล้วแต่ชนิดของโรค
2. สำหรับมาลาเรีย
ผู้ใหญ่ ให้ครั้งละ 1 แคปซูล วันละ 4 ครั้ง นาน 7 วัน
เด็ก ให้วันละ 20 มก.ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม แบ่งให้วันละ 4 ครั้ง นาน 7 วัน
3. สำหรับสิว
ระยะอักเสบรุนแรง ให้ครั้งละ 2 แคปซูล วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 1 เดือน
หลังจากนั้น ลดเหลือครั้งละ 1 แคปซูล วันละ 3 ครั้ง นาน 1 เดือน
หลังจากนั้น ให้ครั้งละ 1 แคปซูล วันละ 2 ครั้ง นาน 1 เดือน
แล้วจึงลดเหลือวันละ 1 แคปซูล อีก 1-2 เดือน (บางคนอาจต้องกินนาน 2-3 ปี)

ผลข้างเคียง

- คลื่นไส้
- อาเจึยน
- ท้องเดิน

ข้อควรระวัง

1. ยานี้อาจระคายเคืองต่อกระเพาะ ทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดินได้
2. บางคนอาจแพ้ได้ ทำให้มีอาการผื่นคัน จึงห้ามใช้ในคนที่แพ้ยากลุ่มนี้ เช่น เตตราไซคลีน, ดอกซีไซคลีน,
ไมโนไซคลีน
3. อาจทำให้ผิวหนังแพ้แดดง่ายกว่าปกติ เมื่อใช้ยานี้ จึงควรหลีกเลี่ยงการถูกแดด หรือแสงอัลตราไวโอเลต
4. ยานี้มีพิษต่อตับ โดยเฉพาะถ้าใช้เตตราไซคลีน ฉีดเข้าหลอดเลือดดำในขนาดสูง ๆ ทำให้เกิดอาการดีซ่านได้
จึงห้ามใช้ในคนที่เป็นโรคตับ (เช่น ตับอักเสบ ตับแข็ง)
5. ถ้ากินติดต่อกันนาน ๆ อาจทำให้เขื้อราในช่องปากและช่องคลอดเจริญเติบโต กลายเป็นโรคเขื้อราในช่องปาก
(ลิ้นเป็นฝ้าขาว) หรือช่องคลอดอักเสบจากเชื้อรา
6. ห้ามใช้ในเด็กต่ำกว่า 8 ขวบ เพราะยาจะไปจับกับฟัน ทำให้ฟันมีสีเหลืองดำอย่างถาวรได้ และจับกับกระดูก
ทำให้กระดูกเจริญไม่ดี
7.ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ เพราะยาจะผ่านเข้าไปในทารก ทำให้กิดการเปลี่ยนแปลงของฟันและกระดูกของทารก
ได้ และอาจทำให้ความเจริญทางสมองลดลง ปัญญาเสื่อมได้
นอกจานี้ ถ้าใช้ในขนาดสูง ยังอาจมีพิษต่อตับสำหรับหญิงตั้งครรภ์อีกด้วย
8. ไม่ควรกินพร้อมกับยาลดกรด และยาบำรุงโลหิต อาจทำให้การดูดซึมของเตตราไซคลีนลดน้อยลง
9. สำหรับเตตราไซคลีน ตัวยาที่หมดอายุ (ตัวยาในหลอดเปลี่ยนจากสีเหลืองนวลเป็นสีนำตาลหรือน้ำตาลเข้ม)
อาจมีพิษต่อไต ทำให้เป็นโรคไต เรียกว่า กลุ่มอาการแฟนโคนี (Fanconi syndrome) ทำให้ตรวจพบสาร
ไข่ขาว และน้ำตาลในปัสสาวะ เกิดภาวะโพแทสเซียมต่ำ และภาะเลือดเป็นกรด ซึ่งเมื่อหยุดยาก็จะหายได้เอง
แต่บางราจอาจเป็นรุนแรงถึงตายได้

ข้อห้ามใช้

- เด็กอายุต่ำกว่า 8 ปี
- หญิงมีครรภ์
- โรคตับ
(ขอบคุณข้อมูลจาก thailabonline.com)