มุมสุขภาพ
สุขภาพ โภชนาการ และการบริหารร่างกาย

Custom Search
น้ำเกลือ (Saline)
 
 

ข้อบ่งใช้

น้ำเกลือจะให้ในผู้ป่วยที่มีอาการ ดังนี้
1.ขาดน้ำ (Dehydration) เนื่องจากท้องเดิน, อาเจียนรุนแรง (เช่น กระเพาะลำไส้อุดตัน ก้อนในสมอง), หอบ
(เช่น หืด ปอดอักเสบ หลอดลมฝอยอักเสบ) ควรให้น้ำเกลือที่มี NSS ผสม เช่น NSS, 5%D/NSS, 5% D
in 1/3 NSS
2.ช็อก (Shock) เนื่องจากเสียเลือด เสียน้ำ หรือจากสาเหตุอื่น ๆ ควรให้น้ำเกลือที่มี NSS ผสมเช่นเดียวกับข้อ 1
3.หมดสติ หรือกินข้าวและน้ำไม่ได้นาน ๆ ควรให้น้ำเกลือที่มีเดกซ์โทรสผสมกับน้ำเกลือ เช่น 5%D/NSS, 5%
D in 1/3 NSS
4.น้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypoglycemia) เนื่องจากอดอาหารนาน ๆ, ดื่มเหล้าจัด, ใช้ยารักษาเบาหวานเกินขนาด
ควรให้น้ำเกลือที่มีเดกซ์โทรสผสม เช่น 5%D/W, 5% D/NSS, 5% D in 1/3 NSS
5.ผู้ป่วยที่อดอาหารและน้ำก่อนและหลังผ่าตัด ควรให้น้ำเกลือที่มีเดกซ์โทรสผสมกับน้ำเกลือเช่นเดียวกับข้อ 3
6.ผู้ป่วยที่ต้องฉีดยาเข้าทางหลอดเลือดดำ วันละหลาย ๆ ครั้ง เลือกให้น้ำเกลือชนิดใดชนิดหนึ่งก็ได้ โดยให้ช้า ๆ
เพียงเพื่อให้มีสายน้ำเกลือคากับหลอดเลือดดำ เพื่อให้เกิดความสะดวกในการฉีดยา

รายละเอียด/ตัวอย่าง

ชนิดของน้ำเกลือ ที่ใช้บ่อยได้แก่
1.นอร์มัลซาไลน์ (Normal saline solution/NSS)
หมายถึง น้ำเกลือเกลือธรรมดาที่มีความเข็มข้น 0.9% ซึ่งเท่ากับกับความเข้มข้นของเกลือในกระแสเลือดของ
คนปกติ มีอย่างขนาด 500 มล. และ 1,000 มล.
2.5% เดกซ์โทรส ( 5% Dextrose in water หรือ 5%D/W) หมายถึงน้ำตาลเดกซ์โทรสที่มีความเข้นข้น
5% ไม่มีเกลือแร่ผสม มีอย่างขนาด 500 มล. และ 1,000 มล.
3.5% เดกซ์โทรสในนอร์มัลซาไลน์ (5% Dextrose in NSS หรือ 5% D/NSS) หมายถึง น้ำตาลเดกซ์โทรส
เข้มข้น 5% ผสมกับน้ำเกลือธรรมดา
4.5% เดกซ์โทรสใน 1/3 นอร์มัลซาไลน์ (5% Dextrose in 1/3 NSS) หมายถึง น้ำตาลเดกซ์โทรสเข้มข้น
5 % ผสมกับน้ำเกลือที่มีความเข้มข้น 0.3% (เข้มข้นเพียง 1/3 ของน้ำเกลือธรรมดา) มีอย่างขนาด 500 มล.
และ 1,000 มล.

ผลข้างเคียง

1.ถ้าเครื่องใช้และน้ำยาไม่สะอาด หรือเทคนิคการให้ไม่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดการอักเสบ หรือติดเชื้อได้
2.ถ้ามีฟองอากาศ เพราะไล่อากาศจากสายน้ำเกลือไม่หมด ฟองอากาศจะเข้าไปในหลอดเลือดดำ และเข้าสู่หัวใจ
อาจเป็นอันตรายได้
3.มีอาการไข้และหนาวสั่น จากการแพ้น้ำเกลือ
4.ถ้าใช้น้ำเกลือที่มีความเข้มข้นของเกลือมากกว่าความเข้มข้นของเกลือในเลือด อาจเป็นอันตรายถึงตายได้ โดย
เฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเล็ก
5.ถ้าให้น้ำเกลือมากหรือเร็วเกินไป อาจทำให้บวม มีน้ำคั่งในปอด หรือหัวใจวายถึงตายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน
เด็กเล็ก คนสูงอายุ คนที่เป็นโรคหัวใจ หรือโรคไตอยู่ก่อน

ข้อควรระวัง

1.ผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจ โรคไตวาย หรือมีอาการบวมทั่วตัว ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ และควรหลีกเลี่ยงการใช้
น้ำเกลือที่มีความเข้นข้นของเกลือมาก เพราะอาจทำให้หัวใจวาย หรือเกิดภาวะน้ำคั่งในปอด หรือปอดบวมน้ำ
(pulmonary edema) ได้
2.ผู้ป่วยที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำเกลือที่มีความเข้มข้นของเกลือมาก (เช่น NSS,
5%D/NSS) ยกเว้นในรายที่มีภาวะขาดเกลือร่วมด้วย
3.ผู้ป่วยที่เป็นเด็กเล็กไม่ควรใช้น้ำเกลือที่มี NSS ผสม ควรใช้น้ำเกลือที่มีความเข้มข้นน้อย ได้แก่ น้ำเกลือที่มี
ความเข้มข้น 0.3% เช่น 5% D in 1/3 NSS
4.ควรให้น้ำเกลือเฉพาะในรายที่มีความจำเป็น (มีข้อบ่งใช้) จริง ๆ เท่านั้น น้ำเกลือไม่ใช่ยาบำรุง ยาเพิ่มเลือด
หรือยาเพิ่มแรง และก็ไม่ใช่ยาที่ใช้แทนอาหาร จึงไม่ควรใช้อย่างพร่ำเพรื่อ
5.ควรเตรียมเครื่องใช้ให้สะอาด ปราศจากเชื้อโรค และทำตามเทคนิคที่ถูกต้อง
6.ควรให้น้ำเกลือช้า ๆ หรือ น้อย ๆ ไว้ก่อน เมื่อเห็นว่าน้อยไปก็เพิ่มเติมในภายหลังได้ อย่าให้เร็วเกินไป (ยกเว้นใน
กรณีที่มีภาวะขาดน้ำรุนแรง หรือช็อก ควรให้เร็ว ๆ ใน 1-2 ชม.แรก) มิฉะนั้นอาจทำให้บวม น้ำคั่งในปอด
หรือหัวใจวายได้
7.หมั่นตรวจดูผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด (โดยเฉพาะในเด็กเล็ก คนสูงอายุ คนที่เป็นโรคหัวใจ หรือโรคไตวาย) ถ้าหากมี
อาการบวม หายใจหอบ และฟังปอดมีเสียงกรอบแกรบ (crepitation) แสดงว่ามีน้ำคั่งในปอด เนื่องจากให้
น้ำเกลือมากเกินไป ต้องหยุดน้ำเกลือ และฉีดยาขับปัสสาวะ เช่น ลาซิกซ์ 1-2 หลอดเข้าหลอดเลือดดำทันที
หากยังหอบอยู่ให้รีบพาไปโรงพยาบาล
8.ถ้ามีอาการหนาวสั่น ระหว่างให้น้ำเกลือ แสดงว่าผู้ป่วยแพ้น้ำเกลือ ให้ถอดเข็มน้ำเกลือออก และฉีดยาแก้แพ้ เช่น
คลอร์เฟนิรามีน 1/2-1 หลอดเข้ากล้ามทันที ถ้าจำเป็นต้องให้น้ำเกลือต่อ ควรเปลี่ยนขวดใหม่

เสริมความเข้าใจ

อาการแสดงว่าให้น้ำเกลือแล้วดีขึ้น
ผู้ป่วยที่มีภาวะขาดน้ำหรือช็อก เมื่อให้น้ำเกลือแล้วมีอาการดังต่อไปนี้ แสดงว่าอาการดีขึ้น
1.มีความรู้สึกตัวดีขึ้น พูดคุยได้ดีขึ้น หน้าตาดูอิ่มขึ้น ผิวหนังเต่งตึงขึ้น หอบน้อยลง และกระสับกระส่ายน้อยลง
2.ความดันเลือดที่เคยตก เริ่มกลับคืนสู่ระดับปกติ
3.ชีพจรที่เคยเต้นเบาและเร็ว กลับเต้นแรงขึ้น และช้าลง
4.มีปัสสาวะออกมากขึ้น โดยให้ผู้ป่วยปัสสาวะลงกระโถน หรือขวด แล้วตวงดู จะพบว่าปัสสาวะออกอย่างน้อย
1 มล.ต่อน้ำหนักตัว 1 กก. ต่อชั่วโมง เช่น ผู้ป่วยหนัก 30 กก. ใน 1 ชั่วโมง ควรมีปัสสาวะออกอย่างน้อย 30 มล.

น้ำเกลือไม่ใช่ยาบำรุง ยาเพิ่มเลือด หรือยาเพิ่มแรง ควรใช้เมื่อยามจำเป็นจริง ๆ เท่านั้น

5% เด็กซ์โทรส (5% Dextrose in Water)

ข้อบ่งใช้
สำหรับเด็กและผู้ใหญ่ที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ หรืออดอาหาร

ขนาดและวิธีใช้
ผู้ใหญ่ 1,000-2,000 มล. ใน 12-24 ชม.
เด็ก 100 มล. ต่อน้ำหนักตัว 1 กก. ใน 24 ชม.

5% เด็กซ์โทรสใน 1/3 น้ำเกลือ (5% Dextrose in 1/3 NSS)

ข้อบ่งใช้
สำหรับเด็กที่มีภาวะขาดน้ำ, ช็อก, ไข้เลือดออก, อดอาหาร หรือมีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ

ขนาดและวิธีใช้
100 มล. ต่อน้ำหนักตัว 1 กก. ใน 24 ชม. ถ้ามีภาวะขาดน้ำรุนแรง หรือช็อกใน 2 ชม. แรก ควรให้ขนาด
20-40 มล. ต่อน้ำหนักตัว 1 กก.

5% เด็กซ์โทรสใน น้ำเกลือ (5% Dextrose in NSS)

ข้อบ่งใช้
สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะขาดน้ำ, ช็อก อดอาหาร, หรือมีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ

ขนาดและวิธีใช้
ผู้ใหญ่ 1,000-2,000 มล. ใน 12-24 ชม. ในรายที่มีภาวะขาดน้ำรุนแรงหรือช็อก ในระยะแรกควรให้เร็ว ๆ จนอาการดีขึ้น จึงหรี่ให้ช้า ๆ

ข้อควรระวัง
1.ห้ามให้ทางหลอดเลือดดำในเด็กเล็ก เพราะมีปริมาณของเกลือเข้มข้นกว่าเกลือที่มีอยู่ในกระแสเลือดของเด็ก
อาจเป็นอันตรายได้
2.ผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจวาย ไตวาย ความดันโลหิตสูงหรือบวมทั่วตัว ควรหลีกเลี่ยงการให้ (ยกเว้นในรายที่มี
ภาวะขาดเกลือ)

(ขอบคุณข้อมูลจาก thailabonline.com)