มุมสุขภาพ
สุขภาพ โภชนาการ และการบริหารร่างกาย

Custom Search
รู้ทันก่อนสาย! เมื่อคนในบ้านเป็น "โรคหัวใจ-หลอดเลือด"
 
 

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
นับวันครอบครัวไทยส่วนใหญ่ มักเจ็บป่วย และตายอย่างกะทันหันจากโรคหัวใจและหลอดเลือดมากขึ้น โดยเฉพาะบ้านไหนที่มีสมาชิกชายอยู่ในช่วงวัยกลางคนย่อมมีความเสี่ยงสูง ซึ่งปัจจัยหลักเกิดจากการกินผิดหลักโภชนาการอย่างเรื้อรัง ส่งผลให้เจ็บป่วย และเสียชีวิตเพราะรู้ไม่เท่าทันโรค สอดรับกับงานวิจัยพบว่า โรคหัวใจ เกิดจากอาหาร มีส่วนสำคัญในการทะลวงหลอดเลือด ดังนั้นอาหารจึงไม่ใช่เรื่องเล็กที่ทุกบ้านจะละเลยได้อีกต่อไป

เพื่อเป็นข้อมูลให้กับทุกบ้านได้รู้เท่าทัน "พญ.สวรรยา เดชอุดม" ประธานฝ่ายวิชาการ มูลนิธิหัวใจไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวในงานสัมมนา “รู้ทันมฤตยูร้าย โรคหัวใจ และหลอดเลือด” ซึ่งจัดโดยโรงพยาบาลแมคคอร์มิค ร่วมกับบริษัท ล่ำสูง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ว่า

“ในอดีตคนไทยเป็นโรคหัวใจ และหลอดเลือดน้อยมาก แต่ในปัจจุบันสถิติเพิ่มขึ้นเกือบทัดเทียมทางตะวันตกที่ลดลงมากในระยะ 10 ปีหลังนี้ เนื่องจากมีการเลียนแบบในการบริโภคอาหารตามค่านิยมไม่เลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพก่อนรับประทาน เพราะไม่เห็นความสำคัญ และไม่ทราบว่า สามารถเลือกอาหารที่ไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดตะกรันไขมันในหลอดเลือดได้

โดยเฉพาะไขมัน ซึ่งความจริงแล้วมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ หากเลือกกินที่มีองค์ประกอบกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวสูง ที่จะช่วยลดปริมาณ LDL และเพิ่ม HDL ได้ เช่น น้ำมันเมล็ดชา และน้ำมันมะกอก ประกอบกับการใช้เครื่องผ่อนแรงทำให้การออกกำลังลดลง ทำให้มีพลังงานจากอาหารเหลืออยู่ซึ่งร่างกายก็จะเปลี่ยนเป็นไขมัน ดังนั้นหากรู้เท่าทันทั้งสาเหตุ และปัจจัยจะสามารถป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดได้”

สำหรับสาเหตุของโรค พญ.สวรรยา อธิบายว่า เกิดจากเซลล์ของหัวใจ หรือสมองส่วนหนึ่งขาดเลือดไปเลี้ยง เนื่องจากหลอดเลือดอุดตันจากลิ่มเลือด ซึ่งอาจมีการตีบแคบจากตะกรันไขมันสะสมพอกพูนมาก่อนเป็นเวลานานสิบปี และมีอาการเตือนมาก่อน เช่น เจ็บหน้าอก หรือ อาจไม่มีการตีบแต่มีการอักเสบครุกรุ่นอยู่แล้วกระตุ้นให้เกิดลิ่มเลือดได้ทันที ทำให้บางคนเสียชีวิตกะทันหันโดยไม่มีอาการเตือนมาก่อน

ซึ่งแต่เดิมเชื่อว่า โรคหัวใจและหลอดเลือดทำนายได้ รักษาหาย ป้องกันไว้ได้ทันท่วงที สุขภาพหัวใจจะดีตลอดไป ด้วยสมมุติฐานนี้ เราสามารถเอาชนะโรคร้ายได้ร้อยละ 70 แต่มีชายอีกกว่าร้อยละ 20 ที่เสียชีวิตแบบกะทันหันได้แม้เวลาหลับ และส่วนใหญ่ของสตรีวัยหลังหมดประจำเดือนไม่เป็นไปตามสมมุติฐานแรก ทั้งจำนวนผู้ป่วยยังเพิ่มมากขึ้นอย่างน่ากลัวอีกด้วย

อย่างไรก็ตามจากการศึกษาพบว่า การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมีความสำคัญสามารถต่ออายุให้ผู้ป่วยร่วมกับการรักษาแบบต่างๆ ได้มากถึง 4 เท่า สำหรับผู้ที่ยังไม่เป็นโรค ป้องกันได้ด้วยการเลิกพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดโรค และเพิ่มพฤติกรรมที่เอื้อต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด โดยเฉพาะการกินและการออกกำลังกาย ลดกินหวาน เค็ม และมัน หันมากินไขมันชนิดดี อย่าง น้ำมันเมล็ดชา น้ำมันมะกอก ซึ่งมีองค์ประกอบกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวสูง กินผักผลไม้ให้มากขึ้น และเคลื่อนไหวร่างกายให้บ่อยกว่าที่เคย

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
ALOHA 5 หลักลดเสี่ยงโรค

1. A-Assessment ประเมินภาวะตนเอง ส่วนสูง น้ำหนัก วัดรอบเอว สอบประวัติโรคหัวใจและหลอดเลือดในครอบครัว ควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก ได้แก่บุหรี่ ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน

2. L-Life Style ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม กินอาหารให้สมดุลกับพลังงานที่ใช้และครบ 5 หมู่ เน้นกินผักผลไม้ เลี่ยงหวาน มัน ลดสุรา งดสูบบุหรี่และหมั่นออกกำลังกาย รักษารูปร่างและน้ำหนักให้สมส่วน

3. O-Others Intervention ขบวนการรักษาอื่นๆ เมื่อมีข้อบ่งชี้ เช่น ดูแลระดับไขมัน ควบคุมเบาหวาน และระดับน้ำตาล gxHo9ho

4. H-High risk of Heart Attack ถ้าเสี่ยงสูงต้องปรึกษาแพทย์ เพื่อควบคุมและเลือกใช้ยาป้องกัน

5. A-Avoid หลีกเลี่ยงเมื่อไม่รู้จริงเช่น การใช้ฮอร์โมนชดเชยในวัยทอง การกินอาหาร หรือวิตามินเสริมที่ได้จากการสังเคราะห์เพื่อต้านออกซิเดชั่น เช่น carotene เป็นต้น

*** นักกำหนดอาหารแนะอาหารลดโรคหัวใจ

ด้าน "อ.ศัลยา คงสมบูรณ์เวช" นักกำหนดอาหารขึ้นทะเบียนวิชาชีพประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้ให้การปรึกษาด้านโภชนบำบัด กล่าวถึงวิธีช่วยยืดอายุผู้ป่วยโดยไม่ต้องรับการผ่าตัด ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ และเบาหวานว่า การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยอาหารดี ปริมาณสมดุลเป็นทางออกที่ดีสำหรับผู้ป่วย ผู้ที่มีความเสี่ยง รวมถึงผู้รักสุขภาพ ซึ่งอาหารลดโรคหัวใจในแต่ละวัน จะต้องครบ 5 หมู่

ประกอบด้วย ข้าว แป้ง เส้น ขนมปังและธัญพืชไม่ขัดสี 6-8 ทัพพี, น้ำมันที่มีกรดไขมันดี เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันเมล็ดชา น้ำมันคาโนล่าผสมน้ำมันทานตะวัน น้อยกว่าวันละ 6-8 ช้อนชา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน หรือโปรตีนคุณภาพดีจากปลาและถั่วเมล็ดแห้ง 10-12 ช้อนโต๊ะ ไข่แดงไม่เกิน 2 ฟอง/สัปดาห์ (ไข่ขาวไม่จำกัด) ผักหลากสี 3-5 ทัพพี ผลไม้ 4 อุ้งมือ นมและ ผลิตภัณฑ์นมพร่องไขมันไม่เกิน 2 กล่อง

ในขณะเดียวกันหมั่นเพิ่ม HDL ให้กับร่างกายด้วยการออกกำลังกายอย่างน้อยเดินให้มากขึ้น ขยับร่างกายแม้เวลาทำงานด้วยการยกแขน ยกขา นอกจากนี้เลือกอาหารที่เพิ่ม HDL ผสมในมื้ออาหาร เช่น ส้มสดหรือน้ำส้มคั้น, ผักผลไม้สีม่วง, ไขมันดี เช่น น้ำมันมะกอกและน้ำมันเมล็ดชา, ถั่วเปลือกแข็ง เช่น อัลมอนด์, ธัญพืชไม่ขัดสี

เป็นที่ทราบกันว่า ไขมันมักเป็นผู้ร้ายแต่ก็ยังแฝงความดี จึงเป็นเรื่องยากที่จะหลีกเลี่ยง ทางออกที่ดีควรเลือกชนิดของไขมันที่มีกรดไขมันดีสูง ใช้น้ำมันให้เหมาะกับการปรุง โดยเลือกที่จุดเดือดเป็นควันสูงอย่างน้ำมันเมล็ดชา หรือน้ำมันคาโนล่าในการใช้ทอด เลี่ยงไขมันร้ายด้วยการอ่านฉลากโภชนาการทุกครั้ง และใช้น้ำมันมากกว่า 1 ชนิดเพื่อเพิ่มความสมดุลของกรดไขมัน โดยนำมาผสมกันเองเมื่อประกอบอาหาร

หรือใช้น้ำมันผสมตามท้องตลาดแบบ น้ำมันคาโนล่าผสมน้ำมันทานตะวัน แต่ไม่ว่าจะเป็นไขมันดีแค่ไหน ก็ไม่ควรบริโภคมากเกินไป เพราะไขมันทุกชนิดให้พลังงานสูง อย่างไรก็ตาม นอกจากกินดีแล้ว ยังต้องออกกำลังกาย หมั่นตรวจสุขภาพ พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เครียด ไม่สูบบุหรี่ และไม่ดื่มแอลกอฮอร์เกิน 1-2 ดริ๊ง/วัน เพียงเท่านี้ก็บอกลาโรคร้ายไม่ให้คุกคามคนในบ้านได้แล้วครับ


////////////////

ข้อมูลประกอบข่าว

1. HDL (high density lipoprotein) คือ ไขมันที่มีความหนาแน่นสูง เป็นไขมันที่ดีสำหรับหลอดเลือดแดงเพราะจะป้องกันไม่ให้ไขมันที่ไม่ดี คือ โคเลสเตอรอล, ไตรกลีเซอไรด์ และ LDL ไปพอกสะสมในหลอดเลือดแดง ถ้ามีระดับ HDL ในเลือดต่ำ ก็จะเพิ่มโอกาส เพิ่มปัจจัยเสี่ยงในการเกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง เช่น โรคหลอดเลือดสมองหรือ หลอดเลือดหัวใจตีบ เป็นต้น ระดับปกติในผู้ที่ยังไม่เป็นโรคหลอดเลือดแดงแข็งควรจะไม่ต่ำกว่า ๔๐ มก./ดล. ระดับ HDL ในเลือดของคุณอยู่ในระดับสูงกว่าปกติ ซึ่งเป็นผลดี

2. LDL (low density lipoprotein) คือ ไขมันที่ความหนาแน่นต่ำ เป็นไขมันที่ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง วิธีการวัดระดับ LDL ในเลือด ทำได้ ๒ วิธี คือ วิธีคำนวณค่า LDL จากค่าโคเลสเตอรอล, ไตรกลีเซอไรด์และ HDL ในเลือด โดยใช้สูตร LDL= โคเลสเตอรอล-(ไตรกลีเซอไรด์/5) -HDL ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้กันอยู่ทั่วไป ส่วนอีกวิธีหนึ่งเป็นวิธีหาค่า LDL โดยตรงจากเลือด ทำได้บางโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ เท่านั้น (ขอบคุณข้อมูลจาก ASTV ผู้จัดการออนไลน์)