มุมสุขภาพ
สุขภาพ โภชนาการ และการบริหารร่างกาย

Custom Search
กระดูกคอเสื่อม
 
 

                                     

     กระดูกคอ หมายถึง ข้อกระดูกสันหลังส่วนคอของคนเรา เมื่ออายุมากขึ้น ก็จะมีการเสื่อมไปตามวัย เนื่องจากการสึกหรอของข้อกระดูกจากการใช้งานในการเคลื่อนไหวคอ    

     ผู้ที่ตรวจพบจากการถ่ายภาพรังสีคอว่ามีความเสื่อมของกระดูกคอ ส่วนมากมักจะไม่มีอาการผิดปกติแต่อย่างใด ส่วนผู้ที่มีอาการ เช่น ปวดคอ คอเกร็งแข็ง การรักษาด้วยยาและกายภาพบำบัด ก็มักจะทุกเลาไปได้ ส่วนน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มีการกดทับรากประสาท เกิดอาการปวดร้าวลงแขน ก็อาจจำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด

ชื่อภาษาไทย

     กระดูกคอเสื่อม

ชื่อภาษาอังกฤษ

     Cervical spondylosis

สาเหตุ

     เกิดจากกระดูกสันหลังและหมอนรองกระดูกสันหลังส่วนคอมีการเสื่อมตามอายุ ทำให้ผิวข้อกระดูกสันหลังมีหินปูนหรือปุ่มงอก (osteophyte) ประกอบกับหมอนรองกระดูกมีการเสื่อมและบางตัวลง ทำให้ช่องว่างระหว่างข้อต่อแคลลง ซึ่งเป็นกระบวนการที่ค่อยๆ เกิดขึ้นทีละน้อยและอาจต้องใช้เวลานานหลายปีกว่าจะรุนแรงจนถึงขั้นมีการกดถูกรากประสาทหรือไขสันหลัง

     ผู้ที่เคยมีประวัติบาดเจ็บที่บริเวณคอมาก่อน อาจมีส่วนกระตุ้นให้กระดูกเสื่อมมากขึ้น

อาการ

     ผู้ป่วยที่มีกระดูกคอเสื่อมส่วนหนึ่งจะไม่มีอาการแสดงใด อาจตรวจพบโดยบังเอิญจากการถ่ายภาพรังสีขณะตรวจเช็กสุขภาพ (การถ่ายภาพรังสีที่บริเวณคอในผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปีมักพบว่ามีการเสื่อมของกระดูกคอเป็นส่วนใหญ่)

     ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดเมื่อยต้นคอเป็นครั้งคราว บางครั้งอาจปวดนานเป็นแรมเดือนแล้วค่อยๆ ทุเลาๆ ไป หรืออาจมีอาการปวดคอเรื้อรัง

     ในรายที่มีการกดถูกรากประสาท ผู้ป่วยจะมีอาการปวดต้นคอ คอแข็ง และมีอาการปวดร้าว เสียวๆ แปลบๆ และชาลงมาที่ไหล่ แขนและมือ ซึ่งมักจะเป็นเพียงข้างใดข้างหนึ่ง (ส่วนน้อยที่อาจเป็นพร้อมกัน 2 ข้าง)  อาการจะเป็นมากเวลาเคลื่อนไหวคอในบางท่า เช่น แหงนหน้า มองที่สูง ก้มเขียนหนังสือ ใช้ภาษากายในการสื่อสาร (สั่นศรีษะ พยักหน้า) เป็นต้น และเมื่อปรับคอให้อยู่ตรงๆ อาการปวดจะทุเลาหรือหายไป

     บางรายอาจมีอาการเดินโคลงเคลง เสียการทรงตัวหรืออาจมีอาการบ้านหมุนชั่วขณะเวลาเงยศรีษะไปข้างหลัง

การแยกโรค

     อาการปวดต้นคอ หรือคอเกร็งแข็ง เคลื่อนไหวลำบากอาจเกิดจากสาเหตุอื่น เช่น

     คอเคล็ดยอก การเคล็ดยอกของกล้ามเนื้อคอ อาจเกิดจากการเคลื่อนไหวคอผิดท่า (เรานิยมเรียกว่า อาการตกหมอน) ผู้ป่วยจะหันคอไปข้างหนึ่งได้ปกติ แต่จะหันไปอีกข้างลำบากเพราะเกิดอาการปวดเกร็ง มักเป็นอยู่เพียงไม่กี่วัน ก็จะค่อยๆ ทุเลาได้ โดยเฉพาะเมื่อมีอาการใช้ยาหรือการนวดประคบให้กล้ามเนื้อคลายตัว

     เนื้องอกไขสันหลัง ถ้าเกิดที่บริเวณคอก็มักจะมีอาการปวดคอ และร้าวลงแขน แขนอ่อนแรง

     เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ผู้ป่วยจะมีอาการปวดศรีษะรุนแรงตลอดเวลา อาเจียนบ่อย ซึม ก้มคอไม่ได้ (คอแข็ง) มักมีไข้สูงร่วมด้วย หากสงสัยควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว

     ความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่มีความดันโลหิตสูงมักไม่มีอาการ ส่วนน้อยโดยเฉพาะผู้ที่มีความดันโลหิตสูงมาก อาจมีอาการปวดมึน ตรงบริเวณท้ายทอย มักจะเป็นเวลาตื่นนอนใหม่ๆ พอตอนสายจะทุเลาไปเอง

การวินิจฉัย

     แพทย์จะวินิจฉัยเบื้องต้น จากอาการปวดคอเรื้อรัง และจะชัดเจนขึ้นในรายที่มีอาการปวดร้างลงแขนจากรากประสาทถูกกดทับ

     ในการยืนยันว่าเป็นโรคนี้จริง อาจจำเป็นต้องทำการถ่ายภาพกระดูกคอด้วยรังสี หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) นอกจากนี้ อาจทำการตรวจพิเศษอื่นๆ เช่น ถ่ายภาพรังสีไขสันหลัง โดยการฉีดสารทึบรังสี (myelography) ตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ (EMG)

การดูแลตนเอง

     เมื่อมีอาการปวดคอเรื้อรัง คอเกร็งแข็ง หรือมีอาการปวดร้าวลงแขนควรรีบไปปรึกษาแพทย์

     หากแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นกระดูกคอเสื่อมก็ควรให้การดูแลรักษาตามคำแนะนำของแพทย์ และถ้ามีอาการปวดคอ ควรปฏิบัติตัวดังนี้

  • กินยาแก้ปวดบรรเทาเป็นครั้งคราว
  • ประคบด้วยน้ำอุ่นจัดๆ หรืออาบน้ำอุ่นทุกวัน
  • ใส่ปลอกคอช่วยพยุงคอ อาจบรรเทาอาการได้
  • หมั่นตั้งคอตรง
  • ออกกำลังกายด้วยการเดิน (หลีกเลี่ยงการวิ่งเหยาะ หรือออกกำลังที่มีการสะเทือนต่อกระดูกคอ)

การรักษา

     แพทย์จะให้การรักษาตามความรุนแรง

     ถ้าอาการไม่มาก อาจให้ยาบรรเทาปวด (เช่น พาราเซตามอล ไอบูโพรเฟน) และยาคลายกล้ามเนื้อ (ถ้ามีอาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อคอ) ให้ผู้ป่วยใส่ปลอกคอ ฝึกบริหารกล้ามเนื้อคอให้แข็งแรง (แนะนำท่าบริหารโดยแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด) ประคบคอด้วยน้ำอุ่นจัดๆ ออกกำลังกายด้วยการเดิน

     ในรายที่พบว่า มีการกดทับรากประสาท (มีอาการปวดร้าวลงแขน) ที่ไม่รุนแรง อาจต้องรักษาด้วยการใช้น้ำหนักดึงคอ (traction) เพื่อลดแรงกดต่อรากประสาท นาน 1-2 สัปดาห์

     ในบางราย แพทย์อาจทำการฉีดยาสตีรอยด์เข้ารอบๆ ข้อและรากประสาทเพื่อลดการอักเสบและแก้ปวด

     ถ้าเป็นมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายที่มีการกดรากประสาทหรือไขสันหลังอย่างรุนแรง แพทย์อาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัดเพื่อขจัดการกดทับและป้องกันมิให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงมากขึ้น

ภาวะแทรกซ้อน

     ถ้าปล่อยไว้นานๆ อาจมีการฝ่อตัวและการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อบริเวณแขนและมือ

     ถ้าหากมีการกดทับของไขสันหลัง ก็อาจมีการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อขา ถ่ายหรือกลั้นอุจจาระปัสสาวะไม่ได้

การดำเนินโรค

     ถ้าไม่เป็นมาก อาการปวดอาจทุเลาไปได้เอง หรือหลังได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้อง

     บางรายอาจมีอาการปวดคอเรื้อรัง และถ้าปล่อยทิ้งไว้ อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนดังกล่าวตามมาได้

     ในรายที่เป็นมาก หลังการผ่าตัด อาการปวดจะทุเลา และสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ ส่วนภาวะแทรกซ้อน (เช่น แขนขาอ่อนแรง) หากเป็นอยู่นาน ก็อาจไม่ทุเลาหลังผ่าตัด

การป้องกัน

     แม้ว่าโรคกระดูกคอเสื่อมเป็นภาวะที่เกิดขึ้นตามวัยแต่เราก็อาจลดความเสี่ยงลงได้ ด้วยการปฏิบัติตัวดังนี้

  • ออกกำลังกายเป็นประจำ
  • ถ้ามีอาการปวดคอ ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังที่มีการกระเทือนต่อกระดูกคอ เช่น วิ่งเหยาะ
  • ฝึกบริหารกล้ามเนื้อต้นคออย่างสม่ำเสมอ
  • พักคอเป็นระยะๆ ระหว่างขับรถ ดูโทรทัศน์หรือเล่นคอมพิวเตอร์ (ไม่ควรให้ศรีษะอยู่ในท่าเดิมติดต่อกันนานๆ)
  • หลีกเลี่ยงการบาดเจ็บต้นคอ โดยการใช้เข็มขัดนิรภัยขณะขับรถ

ความชุก

     ภาวะกระดูกคอเสื่อม เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนส่วนใหญ่เริ่มพบได้ในคนอายุ 30 ปีขึ้นไป ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีอาการ (ทราบจากการตรวจด้วยภาพถ่ายรังสี)

     มักมีอาการปวดคอ เมื่อย่างเข้าสู่วัยกลางคนหรือสูงอายุ

     นพ.สุรเกียติ อาชานานุภาพ

ขอบคุณข้อมูลจาก : นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 398 ขอบคุณภาพประกอบจาก : อินเทอร์เน็ต