มุมสุขภาพ
สุขภาพ โภชนาการ และการบริหารร่างกาย

Custom Search
การสูบบุหรี่ อย่างฉลาด...ทำลายสุขภาพ
 
 
     แค่ชื่อเรื่องก็ชวนให้ถูกต่อต้านแล้ว เพราะการสูบบุหรี่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยเฉพาะการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดหลอดลมอักเสบเรื้อรังและถุงลมปอดโป่งพอง อาจเกิดโรคมะเร็งปอด ภาวะอุดตันของหลอดเลือดหัวใจ สมอง และแขน-ขา

     ปัจจุบันมีการรณรงค์และต่อต้านการสูบบุหรี่กันอย่างกว้างขวาง ทั้งการสื่อสารให้เห็นอันตรายของการสูบบุหรี่ การขึ้นภาษี การจำกัดการโฆษณา ฯลฯ การรณรงค์อย่างเข้มข้นเป็นรูปธรรมเกิดขึ้นหลังจากมีมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ นำไปสู่การเคลื่อนไหวของภาครัฐและมีกฎหมายออกมาปกป้องสิทธิของผู้ที่ไม่สูบบุหรี่และมีการลงโทษผู้ฝ่าฝืน

     อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้สูบบุหรี่ก็ยังมีสัดส่วนสูงอยู่ มีคนไทยหลายล้านคนที่สูบบุหรี่และไม่สามารถเลิกได้ ดังนั้น ผู้เขียนมีอีกวิธีหนึ่งนำเสนอ อย่างน้อยก็อาจเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยผ่อนหนักเป็นเบาได้ เรียกว่า "การสูบบุหรี่อย่างฉลาด" หรือ Clever Smoking ซึ่งน่าจะช่วยลดอัตราการป่วยและเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ลงได้บ้าง

     ก่อนอื่นทำความเข้าใจเรื่องทางเดินหายใจของคนเรา แบ่งเป็น ทางเดินหายใจส่วนบนซึ่งประกอบด้วย จมูก โพรงอากาศข้างจมูก และคอหอย ทางเดินหายใจส่วนล่างประกอบด้วยกล่องเสียง หลอดลมใหญ่ในคอ หลอดลมที่มีขนาดลดหลั่นกันมา และถุงลม

     เมื่อหายใจเข้าตามปกติซึ่งจะมีอากาศเข้าไปประมาณครั้งละครึ่งลิตรในผู้ใหญ่ประมาณร้อยละ 70 จะเข้าไปสู่ถุงลมเพื่อแลกเปลี่ยนก๊าซ อีกร้อยละ 30 จะอยู่ในหลอดลมควันบุหรี่และฝุ่นละอองต่างๆ ที่หายใจเข้าไปจะอยู่เฉพาะในหลอดลม ซึ่งจะมีการขับสิ่งที่คั่งค้างออกมาโดยมีเมือกดักจับไว้ และมีขนเล็กๆ พัดออกมาจนถึงคอหอยแล้วกลืนลงไปโดยไม่รู้ตัว แต่ถ้ามีมากก็จะไอออกมาเป็นเสมหะ

     ควันบุหรี่และฝุ่นละอองบางอย่างจะตกค้างอยู่ในหลอดลมฝอย ก่อให้เกิดอาการอักเสบอ่อนๆ เรื้อรัง ซึ่งเป็นการตอบสนองของร่างกายเพื่อใช้เม็ดเลือดขาวและเซลล์เก็บขยะมาขจัดสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่นั้น ต่อมมูกก็จะโตขึ้น หลั่งมูกออกมามากขึ้น การอักเสบเรื้อรังและการมีมูกมากจะทำให้ลมหายใจผ่านเข้าออกไม่สะดวก เรียกว่าภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจเรื้อรัง ทำให้การแลกเปลี่ยนก๊าซมีปัญหา จนท้ายสุดจะเกิดภาวะการหายใจล้มเหลว

     คนที่สูบบุหรี่เป็นเกือบทั้งหมดจะสูบบุหรี่ขณะหายใจออกสุดแล้วและเริ่มหายใจเข้า ควันบุหรี่จึงปนอากาศเข้าไปเต็มจำนวนครึ่งลิตร เข้าไปอยู่ในหลอดลมทั้งใหญ่และเล็กอย่างทั่วถึง คนที่สูดลุกยิ่งมีโอกาศเกิดอันตรายจากบุหรี่ได้มาก หนักไปกว่านั้นคือการสูดลึกๆ แล้วพยายามกลั้นไว้แล้วค่อยระบายออกมาช้าๆ ควันบุหรี่จะมีเวลาจับผนังหลอดลมนานขึ้น

     การสูบบุหรี่อย่างฉลาด คือ การหายใจเข้าตามปกติจนเกือบสุดแล้วจึงค่อยสูบบุหรี่ วิธีนี้จะทำให้อากาศดีเข้าไปบรรจุอยู่ในถุงลมและหลอดลมฝอยจนเต็ม เหลือที่ไว้ในหลอดลมใหญ่ เมื่อสูดควันบุหรี่เข้าไปก็จะอยู่ในบริเวณหลอดลมใหญ่นั้นไม่กระจายไปทั่วปอด ขณะเดียวกันก็พร้อมจะหายใจออกมาตามปกติทันที จึงทำให้มีเวลาสั้นลงมากที่ควันบุหรี่จะอยู่ในหลอดลม

     นอกจากเทคนิคดังกล่าวแล้ว การสูบบุหรี่อย่างฉลาดยังประกอบด้วยข้อควรปฏิบัติดังนี้

     1. อย่าสูบบุหรี่ในที่อับอากาศ เช่น ห้องนอน ห้องน้ำ หรือแม้แต่ห้องที่มีอากาศถ่ายเทก็ตาม ควรสูบบริเวณที่โล่งแจ้งเท่านั้น

     2. อย่าสูบบุหรี่ เพราะรู้สึกว่าง เหงาปาก หรือเคยชิน ให้สูบบุหรี่เมื่อมีความรู้สึกอยากจริงๆ โดยถ้าอยากเล็กน้อยให้พยายามยืดเวลาออกไปจนอยากมากๆ ถึงค่อยสูบ

     3. อย่าสูบเพราะเสียดาย โดยเฉพาะสูบจนเกือบหมดมวน หรือสูบมวนต่อมวน

     สิ่งที่ดีที่สุดคือ พยายามหาทางเลิกสูบบุหรี่ โดยนึกถึงพิษภัยของบุหรี่ต่อตนเองและครอบครัว

     นพ.พินิจ ลิ้มสุคนธ์

ขอบคุณข้อมูลจาก : นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 402