มุมสุขภาพ
สุขภาพ โภชนาการ และการบริหารร่างกาย

Custom Search
เรอบ่อย
 
 
     วันหนึ่งมีผู้ป่วย 3 รายมาพบผู้เขียนด้วยเรื่องเรอบ่อยๆ วันละเป็นสิบๆ ครั้ง ทั้ง 3 คนบอกตรงกันว่าเหมือนในท้องมีลม ทำให้รู้สึกจุกแน่น อึดอัด เลยคิดว่าต้องเป็นโรคเกี่ยวกับกระเพาะลำไส้ หรือระบบการย่อยอาหารไม่ดี รักษามานานก็ยังมีอาการเหมือนเดิม

     ผู้เขียนยังไม่ทันได้ตรวจร่างกายก็ค่อนข้างมั่นใจว่าเป็น "เรอปลอม" จึงบอกผู้ป่วยว่าการเรอนั้นมี 2 แบบ

     1. เรอเพราะแน่นท้อง มักจะเกิดจากธาตุพิการอาหารไม่ย่อยจากการกินอาหารที่ย่อยยากหรือจากสาเหตุอื่นๆ ทำให้เกิดลมหรือแก๊สในทางเดินอาหารจำนวนมาก กระเพาะขยาย แน่นท้อง ต้องขับแก๊สส่วนเกินออกมาทางปากและทางทวารหนัก

     กรณีนี้เราไม่เรอออกมาก็จะมีอาการท้องอืดท้องเฟ้อ จุกเสียดแน่นบริเวณลิ้นปี่ และเวลาเรอมักจะมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว การเรอแบบนี้จะเกิดขึ้น 1-2 ครั้งเท่านั้น ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ

     2. เรียกว่า "เรอปลอม" ซึ่งเกิดจากการติดเป็นนิสัย ชอบเรอบ่อยๆ เพราะเกิดความรู้สึกไม่สบายตัวซึ่งไม่ใช่อาการจุกแน่นท้อง เช่น รู้สึกเมื่อยหลัง มึนศรีษะ ตื่นเต้น ตกใจ เสียใจ หรือแม้กระทั่งความรู้สึกไม่สบายท้องทั้งๆ ที่ลมหรือแก๊สในกระเพาะก็ไม่มาก กรณีนี้เวลาเรอจะไม่มีกลิ่นเปรี้ยว และจะเรอติดต่อกันหลายครั้ง

     การเรอติดๆ กันหลายๆ ครั้งนี้ผิดธรรมชาติของการมีลมอัดแน่นในกระเพาะหรือทางเดินอาหาร ซึ่งเมื่อลมหรือแก๊สถูกปล่อยออกมาแล้วก็ไม่ต้องระบายออกมาอีกบ่อยๆ พร้อมกันนั้นผู้เขียนก็ได้แสดงการเรอให้ดูหลายครั้งติดกัน แสดงว่าเราสามารถทำได้โดยไม่ต้องมีอาการแน่นท้อง

     ผู้ป่วยทั้ง 3 รายจึงยอมรับว่าตนเองเป็นแบบที่ 2 แต่ทุกคนก็เกิดความสงสัยว่า ถ้าเช่นนั้นทำไมจึงรู้สึกว่ามีลมมากต้องระบายออกด้วยการเรอ ผู้เขียนจึงได้อธิบายว่าการทำเช่นนั้นเป็นการกลืนลมเข้าไปแล้วปล่อยออกมาซึ่งจะทำกี่ครั้งก็ได้ เพราะลมก็มีอยู่ในอากาศรอบตัวเรา บางคนก็กลืนลมเข้าไปแบบไม่รู้ตัว เช่น เคี้ยวหมากฝรั่ง น้ำมูกไหล สูบบุหรี่ กลืนอาหารเร็วเคี้ยวไม่ละเอียด หรือเกิดจากความเครียด เป็นต้น

     แต่ผู้ป่วยทั้ง 3 รายนี้กลับได้รับการรักษาต่อเนื่อง (จากโรงพยาบาลรัฐ) ด้วยยาลดกรดในกระเพาะอาหาร ที่กำลังนิยมมากคือยาออมมีพลาโซล ซึ่งเบิกได้ตามสิทธิ์ของหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กรณีนี้ถือว่าเป็นการใช้ยาผิดประเภทและอาจเกิดอันตรายจากยาได้

     ยาออมมีพลาโซลเป็นยาลดการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารที่มีสรรพคุณสูงและมีฤทธิ์ยาวทั้งวัน ทำให้กระเพาะอาหารของเราไม่มีกรดต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานาน ซึ่งจัดว่าอันตราย เพราะธรรมชาติได้สร้างกระเพาะอาหารที่มีกรดเข้มข้นไม่ใช่เพียงแค่ย่อยอาหาร แต่กรดนี้ยังสามารถทำลายเชื้อโรคและสารต่างๆ ที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย

     เมื่อเราไปขัดขวางกลไกทางธรรมชาติด้วยการยับยั้งการหลั่งกรด จะทำให้การย่อยและดูดซึมอาหารแปรปรวน บางครั้งอาจเกิดธาตุพิการอาหารไม่ย่อย ท้องขึ้นอืดเฟ้อและ "เรอจริง" นอกจากนี้อาจทำให้ติดเชื้อได้ง่ายขึ้น

     ดังนั้น จึงไม่ควรใช้ยาลดกรดอย่างพร่ำเพรื่อและไม่ควรใช้ต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน เพราะถึงแม้จะมีแผลจากกรดและน้ำย่อยในกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กส่วนต้น เมื่อใช้ยาลดกรดกลุ่มนี้ร่วมกับการรักษาอื่นๆ ปรากฏว่าเพียงแค่ 2-3 สัปดาห์แผลก็หาย ไม่จำเป็นต้องใช้กันเป็นเดือนเป็นปี

     ส่วนอาการธาตุพิการอาหารไม่ย่อย เกือบทั้งหมดมักไม่มีแผลในทางเดินอาหาร อย่างมากก็เป็นเพียงแค่การอักเสบอ่อนๆ หรือเกิดจากสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่เกิดจากการมีกรดในกระเพาะมาก จึงไม่จำเป็นต้องใช้ยาลดกรดแรงๆ ต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน ถ้าจะใช้ควรใช้เป็นครั้งคราวช่วงสั้นๆ ก็เพียงพอ

     นพ.พินิจ ลิ้มสุคนธ์

ขอบคุณข้อมูลจาก : นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 400