มุมสุขภาพ
สุขภาพ โภชนาการ และการบริหารร่างกาย

Custom Search
ฉากสุดท้าย
 
 
    เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นสัจธรรมที่หนีไม่พ้น ฉากสุดท้ายของชีวิตนั้นมีความหมาย มิใช่เฉพาะคนตาย หากแต่จิตวิญญาณของคนที่ยังอยู่ จะเป็นเช่นไร เมื่อสามารถหรือไม่สามารถตอบสนองความหวังในวาระสุดท้ายของชีวิต

วันที่จะได้กลับบ้าน

     เด็กหญิงวัยขวบเศษจมน้ำในสระน้ำบริเวณบ้าน ญาติรีบนำส่งโรงพยาบาล แพทย์และพยาบาลได้ช่วยชีวิต และต้องใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่หลายวัน เด็กหญิงรอดชีวิต แต่อยู่ในสภาพไม่รู้สึกตัว

     1. ปีหลังจากเธอจมน้ำ พ่อกับแม่แยกทางกัน ทิ้งเธอให้อยู่ในความดูแลของแม่ อาม่า และอากง ซึ่งเป็นพ่อและแม่บุญธรรมของแม่

     เวลาล่วงเลยจนเธออายุ 12 ปี แม่กับอาม่ามีปัญหาทะเลาะกัน แม่จึงพาเธอไปอยู่บ้านเช่า เนื่องจากแม่ต้องทำงาน จึงนำเธอไปฝากไว้ที่สถานเลี้ยงเด็กพิการ

     แม่พาเธอมาโรงพยาบาลอีกครั้งด้วยอาการป่วยหนัก แต่เมื่อรักษาจนอาการดีขึ้น แม่ไม่สามารถรับเธอกลับบ้านได้ ทางโรงพยาบาลจึงติดต่ออาม่า อาม่าปฏิเสธ บอกว่าตัวเองแก่มากแล้ว ไม่สามารถดูแลเด็กพิการได้ ส่วนสถานเลี้ยงเด็กพิการก็ปฏิเสธ เพราะไม่สามารถดูแลและให้การพยาบาลเป็นพิเศษได้

     จากความพยายามของทีมแพทย์และพยาบาลที่จะให้เธอได้กลับไปอยู่กับครอบครัว ในที่สุดอากงอนุญาติให้แม่เธอกลับมาอยู่บ้าน เพื่อดูแลเธอที่บ้าน โดยอากงรับเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายดูแลเธอและแม่ทั้งหมด

     วันนั้นเธออายุ 13 ปี ทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี แม่เตรียมตัวมารับเธอกลับบ้าน ที่อากงจัดเตรียมไว้ แต่เธอได้สิ้นใจอย่างสงบเสียแล้วในตอนรุ่งเช้า

ยังมีห่วง

     ชายอายุ 65 ปี เป็นโรคหลอดเลือดสมองอุดตัน เกิดภาวะแทรกซ้อน ข้อติดเกร็งทั้งตัว มีแผลกดทับตามร่างกาย ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ นอนรักษาตัวในโรงพยาบาลมานานกว่า 3 ปี เขาไม่มีญาติมาดูแล หรือแม้แต่จะมาเยี่ยม

     ลุงคนนี้มีลูก 2 คน ลูกชายอยู่ในอำเภอเดียวกันนี้ นานๆ ครั้งจะแวะมายืนดูพ่อข้างเตียงเงียบๆ ส่วนลูกสาวอาศัยอยู่กับครอบครัวที่ต่างประเทศ โทรศัพท์มาสอบถามอาการเป็นครั้งคราว

     ลุงได้รับการดูแลจากทีมแพทย์และพยาบาล ตั้งแต่การให้อาหารทางสายยางวันละ 5 มื้อ แปรงฟัน อาบน้ำ สระผม โกนหนวด เปลี่ยนผ้าอ้อม ดูแลสวนปัสสาวะ ทำแผล และพลิกตัวทุก 2 ชั่วโมง

     อาการของลุงบางครั้งทรุดลง ไข้สูง เหนื่อยหอบ ออกซิเจนต่ำ บางครั้งมีเลือดออกในระบบทางเดินอาหาร บางครั้งอาการเข้าขั้นวิกฤติจนต้องใส่ท่อช่วยหายใจ แต่ลุงก็ฟื้นตัวกลับมาได้ แม้จะทนทุกข์ทรมาน แต่ลุงยังยืนหยัดอยู่ต่อไป เหมือนลุงยังมีห่วงหรือรอคอยใครใครที่ลุงอยากจะพบอีกสักครั้ง

อโหสิกรรม

     นักศึกษาสาววัย 17 ปี ถูกกระสุนปืนบริเวณช่องท้อง กระสุนตัดหลอดเลือดใหญ่ ทำให้คนไข้เสียเลือดมากจนช็อกไม่รู้สึกตัว ในห้องไอซียู พ่อ แม่ พี่ น้อง และเพื่อนๆ ต่างห้อมล้อมรอบเตียง ร่างกายของเธอแน่นิ่งไม่ไหวติง เหมือนไร้ความรู้สึก และไม่มีอาการตอบสนองใดๆ

     ในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต พ่อและแม่ได้พูดให้อภัยทุกสิ่งทุกอย่างที่ลูกสาวได้เคยล่วงเกิน พ่อและไม่ไม่ถือโทษโกรธเคืองและขอให้ลูกไปสู่สุคติ ไปกับพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

     เหมือนหนึ่งจะรับรู้ ใบหน้าเฉยเมยนั้น มีน้ำตาไหลลงมาอาบแก้ม ก่อนจะสิ้นลมไปอย่างสงบ

     พยาบาลผู้ดูแล ได้อาบน้ำ สระผม ใส่ชุดนักเรียนที่เธอใช้ประจำ ใช้แป้งและลิปสติกของเธอแต่งหน้าทาปากให้ ดูสภาพแล้วเหมือนเธอกำลังนอนหลับ

ส่งดวงวิญญาณ

     หญิงอายุ 54 ปี เป็นมะเร็งลำไส้ ได้รับการผ่าตัดจากโรงพยาบาลศูนย์ 5 เดือนก่อน มาโรงพยาบาลชุมชนด้วยอาการอ่อนเพลีย ชีพจรเบาเร็ว ความดันโลหิตต่ำ แพทย์จึงรับตัวไว้ในโรงพยาบาล

     คนไข้ได้รับการรักษาด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ได้รับน้ำเกลือเข้าหลอดเลือด ได้รับยาเพิ่มความดันโลหิต มีเครื่องตรวจแสดงสัญญาณชีพตลอดเวลา แม้จะได้รับการรักษาพยาบาลอย่างดี แต่คนไข้กลับร้องขอกลับบ้าน

     เมื่อถามความต้องการของญาติ โรงพยาบาลจึงอนุญาติให้นำคนไข้กลับบ้านได้ โดยจัดรถพยาบาลพร้อมไปส่ง

     วันรุ่งขึ้นเวลา 20.27 น. ลูกสาวคนไข้โทรศัพท์มาที่โรงพยาบาล บอกว่าแม่ปวดมากทุรนทุราย พยาบาลจึงไปเยี่ยมดูแลจนถึงเที่ยงคืน ให้ยามอร์ฟีน 2 ช้อนชาทุกหนึ่งชั่วโมง โดยไมีญาติคนไข้ห้อมล้อม ลูกทุกคนกอดร่างแม่ เป็นสัมผัสในขณะที่ร่างกายแม่ยังมีไออุ่น

     เช้าวันรุ่งขึ้น 08.50 น. ญาติโทรบอกว่าคนไข้ปวดมากร้องครวญคราง และมีอาการสับสน พยาบาลคนเดิมอาสาไปเยี่ยมคนไข้นอนแน่นิ่ง หายใจหอบลึกช้าๆ ปลายมือปลายเท้าเขียวคล้ำ

     ญาติลงความเห็นว่าควรทำพิธีส่งดวงวิญญาณ ขณะที่ยังมีลมหายใจอยู่ หากได้ทำพิธีอโหสิกรรม กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล ทำบุญร่วมกันวิญญาณจะได้เกิดในสุคติภูมิ

     หมอส่งดวงวิญญาณเริ่มพิธี จุดเทียนธูปตั้งมะโนสวดบทพระพุทธคุณ ประพรมน้ำมนต์ เชิญให้ทุกคนร่วมทำบุญใส่ในกระเป๋าเสื้อ เพราะเชื่อว่าการทำบุญให้ขณะมีลมหายใจ สามารถนำไปพร้อมจ่ายในภพใหม่ กรวดน้ำร่วมกัน จังหวะการหายใจของคนไข้เริ่มช้าลง ตาที่ลืมโพลงค่อยหลับลง ทุกส่วนของร่างกายสงบนิ่ง ทุกคนตั้งจิตสงบ ยกมือขึ้นพนม

ฝันที่เป็นจริง

     หญิงไทยคนหนึ่ง มีเหตุแยกทางกับสามี ต่อมาได้สามีใหม่เป็นชาวต่างชาติ อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข พร้อมลูกติดแม่อีก 2 คน

     เธอป่วยเป็นมะเร็ง และโรคได้ลุกลามจนเป็นวาระสุดท้ายของชีวิต เธอได้พักรักษาตัวที่ศูนย์รักษามะเร็งแห่งหนึ่ง

     แม้เธอจะผ่านการมีสามี 2 คน แต่เธอไม่เคยเข้าพิธีแต่งงาน เธอฝันอยากเข้าพิธีแต่งงานก่อนตาย ทีมแพทย์พยาบาลดูแลเธอ จึงร่วมกันจัดงานแต่งงานให้เธอที่โรงพยาบาล โดยทุกคนต่างช่วยกันด้วยความเต็มใจ

     พิธีแต่งงานจัดตามประเพณีไทย เวทีได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม จัดทำของที่ระลึกสำหรับแขก จัดอาหารเลี้ยงแขกสักขีพยานประกอบด้วยเจ้าหน้าที่และเพื่อนคนไข้ ที่ต่างมาร่วมแสดงความยินดี

     เธอได้รับการแต่งหน้า ใส่วิกผม แต่งชุดไทยเจ้าสาวที่เฝ้ารอมาตลอดชีวิต เจ้าภาพและแขกรดน้ำสังข์ให้คู่บ่าวสาว เธอยิ้มอย่างมึความสุข แม้บางช่วงเวลาจะเหนื่อยหอบ จนต้องได้รับออกซิเจน

     หลังแต่งงาน แพทย์อนุญาติให้เธอกลับไปอยู่บ้านตามความปราถนาของเธอ เธอเสียชีวิตที่บ้านอย่างสงบ

บทบาทของทีมแพทย์และพยาบาล

     คนไข้ระยะสุดท้ายไม่ใช่คนสิ้นหวัง ทุกคนมีความหวังจนวินาทีสุดท้ายก่อนที่วิญญาณจะออกจากร่าง

     ญาติและครอบครัวคือคนสำคัญที่จะตอบสนองความต้องการของคนไข้ เพื่อให้คนไข้หมดห่วงและนอนตายตาหลับ

     บทบาทของทีมแพทย์และพยาบาลในการดูแลคนไข้ระยะสุดท้าย เพื่อให้ฉากสุดท้ายของชีวิตสุขสงบสมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เป็นการดูแลที่แสดงถึงจริยธรรมวิชาชีพและหัวใจของความเป็นมนุษย์ ที่พึงได้รับการสดุดี

     นพ.สุรชัย ปัญญาพฤทธิ์พงศ์

ขอบคุณข้อมูลจาก : นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 398