มุมสุขภาพ
สุขภาพ โภชนาการ และการบริหารร่างกาย

Custom Search
นพ.มงคล ณ สงขลา การ "วิ่ง" ออกกำลังกายได้ "สมาธิ"
 
 

                       

     นายแพทย์มงคล ณ สงขลา หรือ "หมดขี่ม้าแกลล" อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธาณสุข เป็นแพทย์ที่ทำงานในชนบทมากว่า 30 ปี ด้วยความทุ่มเท ตรงไปตรงมา เอาจริงเอาจัง และไม่ยอมให้ระเบียบของราชการเป็นอุปสรรคต่อการช่วยรักษาผู้ป่วย

     หมอมงคล ได้ฉายาว่า "หมอขี่ม้าแกลบ" เพราะครั้งแรกที่ไปทำงานนั้นได้ไปประจำที่อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา โดยใช้ม้าเป็นพาหนะเดินทางออกเยี่ยมผู้ป่วยซึ่งสะดวกและเข้าถึงชาวบ้านได้ง่าย

     ปัจจุบันหมอมงคล อายุ 70 ปีแล้ว แต่ยังมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง เพราะทำกิจกรรมเพื่อสุขภาพอย่างต่อเนื่อง และเล่นกีฬาอีกหลายชนิด

เริ่มออกกำลังกายจริงจังตั้งแต่เมื่อไหร่

     จริงๆ แล้วเป็นคนออกกำลังกายมาโดยตลอด เป็นนักกีฬาที่เล่นกีฬาหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นการแข่งเรือ รักบี้ ยูโด วิ่ง หรือมวยไทย

     การวิ่่งออกกำลังกายนั้นวิ่งจริงๆ จังๆ มาตั้งแต่ พ.ศ. 2530 โดยเฉลี่ยวันละ 5 กิโลเมตร ก่อนหน้านั้นจะเล่นกีฬาหลายๆ อย่างผสมผสานกันไป

     ด้วยวัยที่เพิ่มขึ้น... ทุกวันนี้ก็ยังวิ่ง 5 กิโลเมตร อยู่เหมือนเดิม แต่ก็วิ่งช้าลงตามอายุที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน

ผลดีจากการวิ่งอย่างต่อเนื่อง

     การออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ พ.ศ. 2530 ส่งผลดีจนถึงปัจจุบันเพราะ... การวิ่งทำให้สุขภาพดี ไม่เคยเป็นอะไรเลย ไม่เคยป่วยหนักๆ จนต้องหามเข้าโรงพยาบาล นอกจากร่างกายไม่เจ็บป่วยแล้ว การออกกำลังกายยังทำให้การทำงานอะไรต่างๆ รู้สึกโล่ง จิตใจก็ผ่องใสไม่เครียดมากเท่าที่ควร ถึงแม้ว่าจะมีเหตุการณ์อะไรต่างๆ มารายล้อมก็ตาม

     การออกกำลังกายทำให้ได้ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ คือร่างกายได้พลังงานจากการออกกำลังกาย กล้ามเนื้อแข็งแรง ขณะที่วิ่งสารเอนดอร์ฟินหลั่ง เหมือนกับมีมอร์ฟีนของร่างกายหล่อเลี้ยง ทำให้จิตใจเราสงบ วิ่งไปวิ่งมา บางครั้งสามารถเข้าสมาธิได้

     การวิ่งเหมือนกับการเดินจงกรมนั่นแหละ ซ้าย-ขวา ยก-ย่างหนอ เหมือนกันเลย วิ่งไปดูปลายเท้าของตัวเองไปสักประเดี๋ยวทุกสิ่งทุกอย่างตรงนั้นคือการเข้าสมาธิ จิตเราจะสงบ มีพลัง

     กลับจากวิ่ง อาบน้ำอาบท่าแล้ว ทำให้เราคิดอะไร คิดได้อย่างสงบ โปร่ง โล่ง ชัดเจน

กินแต่พอดี.... สร้างสุขภาพให้แข็งแรง

     เรื่องอาหารการกิน ต้องไม่ให้มากหรือน้อยเกินไป และก็ไมได้เคร่งครัดจนเกินไป สำคัญอยู่ที่การกินแต่พอดี คือกินไม่ให้อิ่มจนเกินไป

     ของที่กินไม่เลือกมาก และถ้ามื้อกินอาหารมันมากไปแล้ว มื้อต่อไปก็ต้องลดมันลงด้วย จะได้ไม่ทำให้ตัวเองรู้สึกอึดอัด นั่นคือเฉลี่ยการกิน ด้วยการดูอย่าให้มากเกินไปในอาหารแต่ละชนิด

ออกกำลังกายง่ายนิดเดียว

     การที่จะเดินไปให้ถึงจุดหมายปลายทางของการมีสุขภาพดี จะต้องลงมือเดินทางเอง... สมมติว่าเราบอกว่าจะให้มีสุขภาพดี เราต้องลงมือเดี๋ยวนี้ เพียง 2 อย่างเท่านั้นคือ อย่าไปคิดอย่างอื่นมาก

     หนึ่ง ออกกำลังกาย การออกกำลังจะทำให้ได้ทั้งกำลังที่กายและกำลังที่ใจ จิตเราก็จะสงบระหว่างที่ออกกำลังกาย โดยเฉพาะการวิ่งที่เป็นแอโรบิก จะทำให้จิตสงบทำสมาธิไปพร้อมๆ กันได้ด้วย เรียกว่าได้ทั้งกาย ได้ทั้งใจ

     สอง การกิน จะต้องกินอย่างพอดี หลับก็สนิท การเคลื่อนไหว การทำงานอะไรต่างๆ ก็โล่ง ปลอดโปร่ง ถ้ากินมาก ท้องเรายืด ท้องอืด การทำงานเคลื่อนไหวอะไรต่างๆ ก็จะไม่สะดวก และเวลานอนก็อึดอัด ฝันร้าย

     เพราะฉะนั้น ทำ 2 อย่าง คือออกกำลังกายและกินที่พอดี เหมาะสม จะได้ไม่ต้องไปเสียเวลาตรวจสุขภาพ ไม่ต้องเสียเวลานอนโรงพยาบาล

     ชีวิตคนเราก็มีแค่นี้ ทุกคนก็รู้อยู่แล้วว่าการเกิดมาพร้อมกับความตาย ไม่มีใครหนีพ้น

     เราต้องกายอย่างมีศักดิ์ศรี ไม่ใช่ตายคาเครื่องมือแพทย์ที่เสียบสารพัดสาย เวลาจะไปขอให้ไปอย่างใบไม้ร่าง

     กินพอดี อยู่พอดี ออกกำลังกายพอดี เวลาหลุดร่วงจากขั้ว จะหลุดไปโดยไม่ต้องมีเพลี้ยหรือหนอนมากิน เป็นชีวิตสุขสงบ... หลุดร่วงตามธรรมชาติ

     นิชานันท์ นาไชย

ขอบคุณข้อมูลจาก : นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 395