มุมสุขภาพ
สุขภาพ โภชนาการ และการบริหารร่างกาย

Custom Search
ติดเตียงแย่กว่าติดคุก
 
 
     เรื่องนี้เป็นการเปรียบเทียมผู้ป่วยที่ต้องนอนรักษาตัวเองอยู่บนเตียวเป็นเวลานานๆ กับผู้ที่ถูกคุมขังอยู่ในคุก ซึ่งเป็นการจำกัดอิสรภาพด้วยกันทั้งคู่ ถือว่าเป็นความทุกข์หนักอย่างยิ่ง เพราะไม่ว่ามนุษย์หรือสัตว์ย่อมต้องการความเป็นอิสร ไม่ต้องการถูกจองจำอยู่กับที่

     มีผู้ป่วยจำนวนไม่น้องที่มีชีวิตอยู่ไปวันๆ โดยทั้งชีวิตที่เหลืออยู่จะต้องอยู่กับเตียงซึ่งทรมานยิ่งกว่าการติดคุกเพราะไม่สามารถลุกไปไหนมาไหน บางรายไม่เพียงแต่จะต้องติดอยู่กับเตียง แต่ยังถูกควบคุมวิถีชีวิตทั้งการกินอยู่หลับนอน การเคลื่อนไหวและการขับถ่าย คือไม่สามารถกำหนดด้วยตัวเองได้ หิวก็ขออาหารเพิ่มไม่ได้ อิ่มก็ขอหยุดไม่ได้ เมื่อยก็ขยับไม่ได้ คันก็เกาไม่ได้ หนาวก็ขอผ้าห่มไม่ได้ ร้อนก็ขอพัดลมไม่ได้ หรือแม้แต่คิดอยากจะหลุดพ้นจากทุกขเวทนาก็ทำไม่ได้

     ส่วนใหญ่ที่กำหนดไม่ได้เป็นเพราะความต้องการของลูกหลาน ญาติพี่น้อง ซึ่งมักคิดว่าการยืดชีวิตของผู้ป่วยให้นานที่สุด (แม้จะทราบว่าหมดหวังในการรักษา) เป็นการแสดงออกของความอาลัยรักและความกตัญญู แต่เมื่อถามกลับกันว่าถ้าตนเองต้องอยู่ในสภาพของความทรมานอย่างนั้นจะพอใจหรือไม่ เกือบทุกคนมักจะตอบว่าไม่อยากตายแบบทรมาน อยากจากไปอย่างสงบยิ่งเร็วยิ่งดี ส่วนใหญ่กลัวความทรมานกับสภาพความพิการที่ต้องนอนอยู่แต่บนเตียง

     สภาพของผู้ป่วยที่ติดเตียงเหล่านี้เมื่อใครได้เห็นแล้วส่วนใหญ่จะสงสารเห็นแล้วรู้สึกหดหู่ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีสภาพทุกข์ทรมาน เช่น กินอาหารทางปากไม่ได้ต้องใส่ท่อผ่านจมูก หรือเจาะท้องใส่ท่อเข้าไปในกระเพราะอาหาร ปัสสาวะไม่ออกต้องสวนคอท่อปัสสาวะ พวกที่นอนนานๆ อาจมีแผลกดทับตามปุ่มกระดูกโดยมากเป็นที่หลังและสะโพก หรือบางรายหายใจเองไม่ได้ต้องเจาะคอใช้เครื่องช่วยหายใจ

     ผุ้ป่วยเหล่านี้จะว่าไปแล้วเหมือนถูกติดคุกถูกลงโทษ ไนความคิดของผู้เขียวคงต้องโทษกรรมเกาหรือวิบากกรรม ผู้ที่ลงโทษคือพระเจ้าและผู้มีส่วนร่วมในการลงโทษคือผู้หวังดีทั้งหลาย ส่วนใหญ่มักอ้างว่าทำไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพราะความรักความกตัญญูหรือเพราะทำอะไรไม่ได้ ไม่ใช่หมอ ไม่ใช่พระเจ้า ซึ่งบางส่วนก็เป็นความจริง แต่บางส่วนก็ไม่ใช่ ดังตัวอย่างต่อไปนี้

     ผู้ป่วยรายที่ 1 หญิงชราอยู่ในสภาพติดเตียงจนเกิดแผลกดทับที่กระดูกก้นกบ ญาติจึงหาห่วงยางมาหนุน ต่อมาก็เกิดแผลที่กระดูกสันหลังบริเวณที่กดกับห่วงยางอีก โดยที่แผลเดิมลึกถึงกระดูกและกว้างขึ้น จึงจัดให้นอนตะแคงทำให้มีผลที่สะโพก 2 ข้างอีก ข้อสะโพกข้างหนึ่งหลุดและยังมีผลที่ตาตุ่มทั้ง 2 ข้าง ผู้ป่วยอยู่ในสภาพทุกข์ทรมานอย่างนี้จนเสียชีวิต

     ผู้ป่วยรายที่ 2 หลอดเลือดแตกในสมอง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้อยู่โรงพยาบาลเป็นเดือน เมื่อกลับมาอยู่บ้าน ลูกหลานได้ตกลงผลัดเปลี่ยนกันดูแล พี่คนโตเป็นเศรษฐีร้านทอง ส่วนน้องคนเล็กหาเช้ากินค่ำเป็นช่างทำกุญแจ

     วันหนึ่งพี่ชายมาเยี่ยมแม่ที่อาศัยอยู่กับน้องคนเล็ก เห็นสภาพห้องที่คับแคบ อากาศไม่ถ่ายเท สภาพแม่ซูบผอม เนื้อตัวเหม็น ก็เลยต่อว่าน้องชายที่ดูแลไม่ดี น้องก็เถียงว่าตัวเองฐานะไม่ดีทำงานตลอดไม่มีเวลา ถ้าอยากให้แม่สภาพดีกว่านี้พี่ช่ายก็ต้องรับไปดูแลเองเพราะรวยกว่ามีคนรับใช้ช่วยดูได้ ส่วนพี่ชายก็อ้างว่าลูกทุกคนต้องช่วยแบ่งเบาภาระ สุดท้ายก็ทะเลาะกันแทบไม่มองหน้ากัน

     รายที่ 3 หลอดเลือดอุดตันที่แกนสมอง หมออธิบายให้ญาติหลายคนซึ่งรู้สภาพความเจ็บป่วยว่าไม่สามารถรักษาได้ ต้องนอนนิ่งอยู่กับเตียงและต้องมีผู้ดูแลทุกอย่างโดยยกตัวอย่างผู้ป่วย 2 รายที่กล่าวไปแล้วมาประกอบ แนะนำให้ญาติปรึกษากันว่าจะเอาอย่างไร โดยระบุว่า "หมอไม่สามารถทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ แต่ถ้าผู้ป่วยจะต้องเสียชีวิตตามธรรมชาติก็ไม่จำเป็นต้องยื้อยุดไว้ไม่ได้เป็นเรื่องผิด"

     ญาติประชุมกันตกลงให้ยื้อชีวิตไว้ให้ถึงที่สุด ผู้ป่วยก็มีชีวิตอยู่มาได้อีกระยะหนึ่งโดยอยู่ในหอผู้ป่วยหนัก (ไอซียู) นาน 3 เดือน ในสภาพติดเตียงมีสายระโยงระยาง โดยที่ญาติค่อยๆ ทยอยหายหน้ากันไป ไม่มาเฝ้าเหมือนช่วงแรก

     วันหนึ่งลูกสาวคนหนึ่งของผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่มที่ต้องการยืดชีวิตไม่ได้เอ่ยปากขอให้หมอช่วยฉีดยาให้คุณแม่ไปสบายและพ้นทุกข์ หมอก็ปฏิเสธทำไม่ได้เพราะผิดกฏหมายและผิดจรรยาแพทย์ ผู้ป่วยอยู่มาได้อีกช่วงหนึ่งจนที่สุดก็เสียชีวิตจากโรคแทรกคือปอดบวม

     จากตัวอย่างที่กล่าวมานี้ มีแง่คิดหลายเรื่องที่อยากนำเสนอคือ

  • ความสำคัญของการมีชีวิตอยู่ไม่ใช่เพียงแค่มีลมหายใจ รับอาหารได้หรือขับถ่ายได้ แต่ยังรวมถึงจิตใจ จิตวิญญาณ และสังคมด้วย
  • บางครั้งการยืดชีวิตอาจเป็นเพียงแค่การชะลอความตายโดยต้องแลกมากับความทุกข์ทรมานของผู้ป่วย
  • ความอาลัยรักหรือความกตัญูในช่วงแรก เมื่อต้องเผชิญกับสภาพความหดหู่ใจ นานเข้าอาจกลายเป็นความเบื่อหน่ายท้อแท้
  • การติดเตียงเหมือนถูกจองจำ ผิดตรงไหนจึงถูกลงโทษ ผู้พิพากษาคือพระเจ้าแต่คณะลูกขุนคือญาติพี่น้องลูกหลาน
  • เมื่อคนเราทุพพลภาพ ชะตากรรมของตัวเองจะตกอยู่ในมือผู้อื่น

     นพ.พินิจ ลิ้มสุคนธ์

ขอบคุณข้อมูลจาก : นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 394