มุมสุขภาพ
สุขภาพ โภชนาการ และการบริหารร่างกาย

Custom Search
สวมหัวใจไทย ท่ามกลางโลกยุคใหม่อย่างไรดี
 
 
     เมื่อวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ ตลอดจนแนวคิดของผู้คนในสังคมไทย

     จากวิถีเดิมที่เคยเรียบง่าย สงบ พอเพียง อยู่ร่วมกันอย่างอบอุ่น ไปเป็นสังคมวัตถนิยมและบริโภคนิยม คนไทยอย่างเราคงต้องหาวิธีการรับมือ เพื่อสามารถใช้ชีวิตอย่างรู้เท่าทัน ไม่ตกเป็นทาสของวัฒนธรรมสมัยใหม่

     แต่จะด้วยวิธีไหนนั้น เราไปฟังความคิดเห็นของพวกเขาเหล่านี้กันค่ะ

1. แยกแยะและเลือกรับให้เหมาะสม

    คุณเอกอนงค์ ชุมวรฐายี นักศึกษาอายุ 24 ปี กล่าวว่า "เราคงต้องป้องกันตัวเองก่อน ด้วยการทำให้ตัวเรามีความเข้มแข็งต่อสิ่งต่างๆ ที่เข้ามา โดยเพิ่มพูนความรู้ได้จากการอ่านหนังสืออื่นๆ นอกจากการศึกษาในห้องเรียนแล้วรวมถึงข้อมูลจากเพื่อน หรือการเรีนรู้จากประสบการณ์ของเราเอง ก็ถือว่าทุกอย่างเป็นข้อมูล"

     "สิ่งสำคัญ ต้องรู้จักแยกแยะระหว่างข้อดีและข้อเสียให้ได้ว่า สิ่งเหล่านั้นเหมาะสมกับวัฒนธรรมของเราไหมสมควรที่จะปรับใช้ในชีวิตหรือไม่ ต้องตรึกตรองและคิดก่อน เรารับกระแสวัฒนธรรมตะวันตกที่เข้ามาทุกเรื่องเลย คงเป็นไปไม่ได้ เช่น แฟชั่นการแต่งกายให้มาเดินโนบราคงไม่เหมาะสม หรือการพูดจา ควรพูดให้ถูกอักขระ ถ้าทุกคนพูดติดสำเนียงภาษาอังกฤษ ภาษาไทยเราคงสูญเสียเอกลัษณ์ไปได้"

2. เชิดชูพร้อมเผยแพร่วัฒนธรรมไทย

    คุณวรรณภา สุกกล่ำ นักเขียนบทรายการโทรทัศน์ อายุ 23 ปี กล่าวว่า "โดยส่วนตัวจะไม่ไปวูบไหวกับกระแสวัตถุนิยมที่เกิดขึ้น เพราะเติบโตมาในครอบครัวไทยที่อบอุ่น มีคุณยายช่วยปลูกฝังวัฒนธรรมไทยมาตังแต่เรายังเล็กเมื่อเกิดความชื่นชมวัฒนธรรมที่ดีงามของไทย ก็รู้สึกอยากเชิดชูและอยากเผยแพร่"

     "ตัวอย่างของวัฒนธรรมแบบไทยที่ดีงาม เช่น การเคารพผู้อาวุโส คนไทยสอนให้มีสัมมาคารวะ เด็กพบผู้ใหญ่ก็ไหว้ และผู้ใหญ่ก็รับไหว้ ซึ่งการไหว้เป็นเสน่ห์ของไทยที่ชาวโลกยอมรับเราเองก็ภูมิใจ เวลาเห็นคนไทยไปทำอะไรที่ไหนก็ตาม อย่างเช่น เมื่อภราดรแข่งกีฬา จะเห็นเขายกมือไหว้ผู้คนรอบสนามทุกครั้ง รู้สึกภูมิใจในความเป็นไทยพราะทุกคนทั่วโลกได้เห็นและสัมผัสถึงความงามแบบไทย นี่เป็นวัฒนธรรมของประเทศเราเอง

     "เมื่อเราตระหนักถึงวัฒนธรรมที่ดีของไทย ซึ่งยังมีอีกมากมาย เราจึงคิดว่าจะทำอย่างไรไม่ให้สูญหาย เพราะเราเป็นคนไทยคนหนึ่งที่สามารถช่วนอนุรักษ์และเป็นผู้เผยแพร่สิ่งดีงามของประเทศชาติได้"

3. ปลูกฝังค่านิยมไทยด้วยการปฏิบัติ

     คุณอัตถ์ พึ่งประยูร อดีตเจ้าของบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่ง ปัจจุบันใช้ชีวิตหลังเกษียณ เขากล่าวว่า "ป้องกันไว้ก่อนดีกว่าแก้ไขในภายหลัง ควรให้ความสำคัญและอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย

     "โดยเริ่งจากในครอบครัว พ่อแม่ควรปลูกฝังและอบรมบ่มเพาะความเป็นไทยตั้งแต่ลูกยังเล็ก ไม่ว่าจะเป็นมารยาทการแต่งกาย อาหารการกิน ตลอดจนเรื่องอื่นๆ เริ่มจากตัวเราทำให้เป็นตัวอย่างที่ดีก่อน เมื่อสอนเขาแล้วผู้ใหญ่ก็ควรปฏิบัติด้วย เขาจะได้ซึบซับสิ่งที่เราต้องการจะปลูกฝัง และควรให้เวลาแก่กันในครอบครัว เพื่อสร้างความรักความเข้าใจ"

     เราคงมิอาจหยุดยั้งความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสังคมได้ แต่เราสามารถเลือกที่จะกลั่นกรองและไตร่ตรอง เพื่อเปิดรับและคัดสรรเฉพาะสิ่งที่ดีงามจากกระแสวัฒนธรรมแบบตะวันตกมิใช่หรือ

ขอบคุณข้อมูลจาก : นิตยสารชีวจิต ฉบับที่ 152