มุมสุขภาพ
สุขภาพ โภชนาการ และการบริหารร่างกาย

Custom Search
ทำอย่างไรดีเมื่อปวดชา
 
 
                        

     คุณรู้หรือเปล่าว่า อาการปวดชาตามอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายเรานั้นมีสาเหตุมากจากอะไร และที่สำคัญ มีวิธีการรักษาหรือการปฏิบัติตนอย่างไร เพื่อเป็นการเลี่ยงไม่ให้อาการเหล่านี้เกิดขึ้น วันนี้เรามาทำความรู้จักและหาวิธีการป้องกันดังนี้ค่ะ

สาเหตุของการปวด

  • การเสื่อมอันเนื่องมาจากการใช้งานหนักจากอาชีพบางอย่างเป็นเวลาหลายปี
  • อายุที่เพิ่มขึ้น
  • การบาดเจ็บ เช่น รถชน กรรมพันธุ์ การติดเชื้อ เนื้องอก หรือจากการอักเสบของอวัยวะต่างๆ

     สำหรับการชาที่พบบ่อยคือ มือชา ซึ่งเป็นอาการที่มาจากหลายสาเหตุเช่น กระดูกเสื่อม กล้ามเนื้อคอและสะบักเกร็งตัว หรือมีพังผืดที่ข้อมือกดทับเส้นประสาทอยู่ ผู้ที่เป็นโรคนี้มักมีอาการชาที่ปลายนิ้วมือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ และนิ้วกลาง มักจะมีอาการมากในเวลากลางคืน

     หากเป็นโรคนี้โดยไม่ได้รับการรักษาจะมีอาการชาในบริเวณที่เป็นมากและบ่อยขึ้น จนกล้ามเนื้อเริ่มอ่อนแรง สังเกตได้จากการหยิบของแล้วหล่นจากมือและในที่สุดกล้ามเนื้อบริเวณนิ้วหัวแม่มือจะลีบเล็กลงไปเรื่อยๆ ดังนั้นควรจะต้องไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษา

     การรักษามีอยู่สองวิธีคือ หนึ่ง การรักษาโดยไม่ผ่าตัด ได้แก่ การรับประทานวิตามินบี 12 ชนิดพิเศษเพื่อบำรุงปลายประสาท หรือการสวมอุปกรณ์ประคองมือเพื่อลดการเคลื่อนไหลของมือ และสอง การรักษาโดยการผ่าตัด ซึ่งการรักษาท้งสองวิธีต้องขึ้นอยู่กับความรุนแรงและระยะเวลาของอาการปวด

ข้อแนะนำ

  • ออกกำลังกายเพื่อบริหารกล้ามเนื้อให้มีความยืดหยุ่นและแข็งแรงมากขึ้น
  • หากมีน้ำหนักเกินควรลดน้ำหนัก จะช่วยบรรเทาอาการปวดเข่าได้
  • ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้มือและข้อมือมากๆ
  • ปรับเปลี่ยนโต๊ะ เก้าอี้ หรืออุปกรณ์เสริมสำหรับพักข้อมือเวลาเขียน พิมพ์งานหรือการใช้คอมพิวเตอร์ให้เหมาะสม เพื่อให้ข้อมือไม่ต้องกระดกขึ้นหรือลงมากเวลาใช้งาน

     เมื่อรู้อย่างนี้แล้วอย่าลืมนำไปปฏิบัติกันนะคะ เพราะถึงแม้จะยังไม่มีการรักษาให้หายขาดได้ แต่สิ่งที่ดีที่สุดน่าจะเป็นการป้องกันค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก : นิตยสารชีวจิต ฉบับที่ 152