มุมสุขภาพ
สุขภาพ โภชนาการ และการบริหารร่างกาย

Custom Search
การรักษาทั้งคนทั้งไข้
 
 

                        

นพ.สุรชัย ปัญญาพฤทธิ์พงศ์

สัมผัสเยียวยาคน

     คุณหมอท่านหนึ่งเล่าว่า วันหนึ่งเห็นคนไข้ที่เป็นอัพพาตทั้งตัว (แขนและขาอ่อนแรงทั้ง 2 ข้าง) มาทำกายภาพบำบัด โดยคนไข้นั่งบนรถเข็น คุณหมอเพิ่มพบคนไข้เป็นครั้งแรก จึกทักทายและใช้มือซ้ายบีบไหล่คนไข้เบาๆ ปรากฏว่าคนไข้น้ำตาซึม

     "เจ็บหรือป้า หมอขอโทษ"

     "ไม่เจ็บค่ะ แต่ดีใจที่คุณหมอจับตัว มารักษากับคุณหมอที่โรงพยาบาลมาหลายปี คุณหมอไม่เคยจับตัว"

     คุณป้าวัยกว่า 60 ปี เป็นอัพพาตทั้งตัวมาหลายปีอาการมีแต่ทรงกับทรุด ทั้งๆ ที่คนไข้กินยาตามที่หมอสั่งทุกอย่าง และมาตรวจตามที่หมอนัดทุกครั้ง

     ระยะ 2-3 ปีหลัง เมื่อมาตามนัด หมอจะดูผลการเจาะเลือดและปรับยาตามผลการตรวจเลือด บางครั้งหมอจะถามอาการ แต่ไม่เคยตรวจร่างกายหรือสัมผัสตัวคนไข้

     เมื่อคุยกันสักพักคุณหมอท่านนี้ได้ทราบว่าสิ่งที่คนไข้อยากทำได้คือนั่งกินข้าวได้เอง คนไข้บอกว่าเกรงใจลูกชายที่ต้องคอยป้อนข้าวทุกมื้อ

     เมื่อคุณหมอตรวจพบว่าคนไข้นั่งทรงตัวได้ไม่ดีเมื่อพยายามโน้มตัวมาข้างหน้า ศรีษะคนไข้จะคะมำทำให้กลัวตกรถเข็น อีกประการหนึ่งคนไข้มีพยาธิสภาพในสมอง ทำให้มือสั่น ไม่สามารถจับช้อนให้นิ่งได้

     คุณหมอให้ลูกชายกอดตัวคนไข้จนหลังคนไข้ชิดพนักพิงรถเข็น เพื่อให้คนไข้นั่งได้อย่างมั่นคง และนำโต๊ะเสิร์ฟอาหารมาเทียบ

     คุณหมอให้คนไข้จับช้อนตักเข้าปาก ปรากฏว่ามือสั่นมาก แต่เมื่อคุณหมอจับที่ข้อมือคนไข้เพื่อเพิ่มแรงต้าน ปรากฎว่ามือคนไข้สั่นน้อยลง

     คุณหมอประยุกต์ความรู้ทางการแพทย์ กล่าวคือคนไข้ที่เป็นโรคนี้ มือจะสั่นน้อยลง ถ้านั่งมั่นคง หยิบของที่ใกล้กลางลำตัวมากที่สุดและเพิ่มน้ำหนักที่แขน

     เมื่อคนไข้และลูกชายเข้าใจจึงกลับไปฝึกที่บ้าน โดยใช้ผ้ารัดตัวคนไข้ให้ติดพนักรถเข็น ซื้อสายข้อมือซึ่งเย็บด้วยหนังภายในบรรจุทราย ใช้พันข้อมือคนไข้เวลากินข้าว ปรากฏว่า คนไข้สามารถตักข้าวเข้าปากได้เอง

     การที่คนไข้สามารถกินข้าวได้เอง ไม่เพียงแต่ลดภาระของผู้ดูแล แต่สิ่งที่สำคัญคือ คนไข้มีสุขภาพจิตดีขึ้นมาก มีกำลังใจในการฝึกกิจกรรมอื่นต่อไป ชีวิตกลับมามีความหวังอีกครั้งหนึ่ง

     คุณหมอต้องการให้คนไข้ฝึกยืน เพราะการยืนเป็นการปรับสมดุลของร่างกายที่ดี ทำให้าการทำงานของหัวใจปอดและหลอดเลือดดีขึ้น ลดอาการวิงเวียนหน้ามืดเมื่อเปลื่ยนจากท่านอนเป็นท่านั่งหรือท่ายืน การยืนลดการทำลายเนื้อการดูก ป้องกันการเกิดภาวะกระดูกพรุน

     เมื่อคนไข้เข้ามาโรงพยาบาล นักกายภาพบำบัดจะให้ฝึกยืนบนเตียงฝึกยืน (tilt table) ปัญหาคือลูกชายต้องพาคนไข้มาโรงพยาบาลทุกวัน เพื่อฝึกยืน 30 นาที

     คุณหมอปรึกษาลูกชาย ถ้าจะฝึกยืนที่บ้าน ซึ่งสามารถฝึกได้วันละหลายครั้ง ญาติควรชื้อเตียงฝึกยืนไปใช้ เตียงอย่างดีระบบไฮโดรลิกราคาเป็นแสนถ้าระบบมือหมุนอย่างถูกราคา 2-3 หมื่นบาน

     "ถ้าไม่อยากเสียเงินมาก หาช่างทำเองตามแบบก็ได้" คุณหมอแนะนำ

     เกิดนวัตกรรมจากลูกชายที่ทำเพื่อคุณแม่ เขาปรับรถเข็นผักที่หาซื้อตามท้องตลาด ทำเป็นเตียงฝึกยืนเพื่อให้คุณแม่ฝึกยืน ปรากฏว่าสามารถใช้แทนเตียงฝึกยืนได้

    การใช้ยา การผ่าตัด การบำบัดโดยใช้อุปกรณ์เทคโนโลยี มีคุณค่าในการรักษาคนไข้ แต่สัมผัสจากมือหมอ มีคุณค่าในการเยียวยาคน

คนเข้าใจ ยาได้ผล

     เภสัชกรจากโรงพยาบาลในภาคใต้แห่งหนึ่ง ซึ่งทำงานกับชาวมุสลิมที่มีวิธีชีวิตและวัฒนาธรรมความเชื่อซึ่งหากผู้ให้บริการไม่เข้าใจในเรื่องการให้ยา คนไข้อาจไม่หายจากโรค

     ชาวมุสลิมไม่ดื่มสุรา ยาน้ำบางอย่างมีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสม เมื่อได้ยาไป คนไข้จะไม่กิน เภสัชกรต้องอธิบายว่าเป็นยาไม่ใช่เครื่องดื่ม ซึ่งคนไข้มีทั้งที่เชื่อและไม่เชื่อ โรงพยาบาลจึงต้องเปลี่ยนเป็นยาเม็ด

     ยาที่บรรจุในแคปซูล บางคนเชื่อว่าแคปซูลทำจากหนังหมู จึงแกะแคปซูลออก กินแต่เนื้อยา เภสัชกรจึงต้องพยายามหารูปแบบยาที่เป็นเม็ดมาใช้

     ในเดือนที่ถือศีลอด (รอมฎอน) ซึ่งคนไข้จะดื่มน้ำ กินอาหาร และยาได้ หลังดวงอาทิตย์ตกดินจนถึงตี 5 คนไข้โรคเรื้อรังที่ต้องกินยาเป็นประจำ ได้แก่ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ต้องปรับวิธีให้ยาในช่วงนี้ มิฉะนั้นคนไข้อาจเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ความดันโลหิตสูงหรือต่ำผิดปกติ ทำให้เกิดอันตรายได้

     การให้ยาปฏิชีวนะ ยาต้านไวรัสเอดส์ ซึ่งต้องรักษาระดับความเข้มข้นในกระแสโลหิตให้คงที่ที่สุดเพื่อประสิทธิผลในการฆ่าเชื้อโรค ในเดือนที่เภสัชกรและคนไข้ต้องร่วมกันปรับรูปแบบยาและการให้ยาที่เหมาะสม

     การยาต้องงดของแสลง เช่น ผลไม้ประเภทแตงโม ทุเรียน ลองกอง เงาะ บางชุมชนมีความเชื่อว่า ถ้ากินของแสลงร่วมกับยาจะทำให้เมา บางครั้งอาการรุนแรงทำให้ตายได้

     คนไข้จึงต้องเลือกระหว่างกินยาแต่งดผลไม้ หรือกินผลไม้แต่ไม่กินยา เภสัชกรต้องสร้างความมั่นใจ โดยแสดงให้คนไข้เห็นว่าถ้ากินต่างเวลากันเพียง 1 ชั่วโมง ยากับผลไม้จะไม่มีโอกาสพบกันในร่างกาย

     บางครั้งเกิดเรื่องที่คาดไม่ถึง ยกตัวอย่างเช่น

  • การกินยาก่อนหรือยาหลังอาหาร คำว่าอาหารชาวบ้านบางชุมชนหมายถึงข้าว มื้อไหนกินก๋วยเตี๋ยวไม่นับเป็นอาหาร คนไข้จะไม่กินยา
  • การกินยาก่อนนอน คนไข้บางคนอยู่บ้านนอนวันละหลายครั้ง จึงกินยาก่อนนอนทุกครั้งทำให้หลับเกือบทั้งวัน ไม่ต้องทำกิจกรรมอื่นเภสัชกรต้องทำความเข้าใจว่า คำว่านอนในซองยาหมายถึง เวลากลางคืนเท่านั้นและให้กินยาเพียงวันละครั้งเดียว
  • ยาที่ต้องเคี้ยวก่อนกลืน ปรากฏว่าผู้สูงอายุบางคนไม่มีฟัน เคี้ยวยาลำบาก กินยาไม่ได้ บางคนต้องเอาเม็ดยาไปตำ
  • ยาที่ใช้เหน็บช่องคลอด บางครั้งเภสัชกรอธิบายอ้อมค้อม คนไข้บางรายไม่เข้าใจ เอายาไปอมในปาก จนคุณหมอสงสัยว่าตกขาวเรื้อรังรักษาไม่หาย จึงทราบว่าอมยาไปหลายชุดแล้ว

    บางคร้งเมื่อให้ยาแล้วไม่ได้ผล ไม่ใช่เกิดจากหมอให้ยาไม่ตรงกับโรค แต่คนไข้อาจใช้ยาไม่ถูกต้อง

การดูแลอย่างเป็นองค์รวม    

     คนไข้เมื่อมาหาหมอ เขามิได้นำมาแต่ความเจ็บไข้แต่เขานำตัวตนของเขามาด้วย

     ตัวตนของคน มีความสัมพันธ์กับคนอื่นในฐานะ พ่อ แม่ ลูก ครู ชาวไร่ ชาวนา ผู้นำชาวบ้าน เจ้านาย ลูกน้อง หรือคนไร้ญาติ

     คนมีวิถึชีวิต ซึ่งขึ้นกับอาชีพ เศรษฐฐานะ ศรัทธา ความเชื่อ วัฒนธรรม อาชีพและกระแสสังคม

     ที่สำคัญคนมีความคิด มีความรู้สึกเฉพาะตัวที่คนอื่นอาจจะไม่เข้าใจ

     การรักษาเฉพาะพยาธิสภาพของโรคอย่างเดียว จึงอาจไม่ได้ผลดี ถ้าไม่เข้าใจความเป็นคนหรือองค์รวมของคนไข้

ขอบคุณข้อมูลจากนิตยสาร หมอชาวบ้าน
ขอบคุณภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต